แฟน ก้อง สหรัถ ปัจจุบัน


ก้อง สหรัถ รับสาวในรูปทริปไปญี่ปุ่นคือ “แฟน“ ฟุ้งคบกันนาน 20 ปี



แฟน ก้อง สหรัถ ปัจจุบัน



เห็นล่าสุดเพิ่งพาคุณแม่ไปญี่ปุ่นมาสำหรับ “ก้อง สหรัถ สังคปรีชา” แต่สังเกตว่าในทริปจะมีสาวอยู่คนหนึ่ง ทำเอาหลายๆ คนมองว่าเป็นหวานใจของหนุ่ม “ก้อง” แน่ๆ พอคว้าเจอเจ้าตัวณงาน ELECTON เปิดตัวความเป็นสุดยอดนวัตกรรมอัจฉริยะ ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ชั้น 5 ซึ่งเจ้าตัวก็บอกว่า…

“ไปเที่ยวญี่ปุ่นมาก็สบายดี อากาศกำลังดีเลย พาคุณแม่ไปด้วย จริงๆ ตั้งเป้าไว้ว่าอยากจะพาคุณแม่ไปเที่ยวหลายทีแล้วแต่เวลาไม่ลงตัวสักทีเพิ่งได้ไปนี่แหละ ไปประมาณ 6-7 วัน ช้อปก็มีบ้างแต่ส่วนใหญ่คุณแม่เป็นคนซื้อมากกว่า เรามีหน้าที่จ่ายอย่างเดียว แต่ก็ไม่ได้เยอะหรือแพงอะไรเพราะคุณแม่ไม่ได้เป็นคนฟุ่มเฟือย ก็ไปกั้นประมาณ 5 คนมีแฟนไปด้วย”

“ก็ไม่ใช่ทริปเปิดตัวแฟนหรอกเพราะคบกันก็ไม่ได้ปิดบังใคร ที่แปลกตาเพราะเขาตัดผมด้วยมั้ง คบกันมา 20 กว่าปีแล้ว เรื่องอนาคตมันเลยมาหมดแล้ว ตอนนี้อยู่กันเป็นคู่คิดและทุกๆ สถานะ ครอบครัวก็ไม่ได้เร่งแต่งงาน ที่ชอบเขาเพราะเขาเป็นคนสบายๆ ใช้ชีวิตเรียบง่ายแล้วเราก็เป็นคนเรียบง่ายเหมือนกันเพราะถ้าเยอะเกินไปก็คงอยู่กันลำบาก เราทำงานหนักเขาก็เข้าใจ”

“หลังจากนี้ก็เตรียมตัวสำหรับ “เดอะวอยซ์ ซีซั่น 4″ แล้วไป โค้ชน่าจะอยู่เต็มจำนวน แต่ไม่รู้ว่า แสตมป์ จะอยู่หรือเปล่า เดี๋ยวต้องดูอีกที กับงานละครก็คิดว่าจะรับปีหน้าแต่ก็ดูๆ บทอยู่ อาจจะรับปีละเรื่อง”

วอลเลย์บอลหญิง


รายงานสดวอลเลย์บอลหญิง WGP 2015 “ไทย vs เซอร์เบีย”




วอลเลย์บอลเวิลด์กรังด์ปรีซ์ 2015


รายงานสดการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิง เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ 2015
สนามแรก ณ อินดอร์ สเตเดี้ยม หัวหมาก
ทีมชาติไทย พบ ทีมชาติเซอร์เบีย
ถ่ายทอดสด หลุม 7

การแข่งขันวอลเลย์บอลหญิง เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ 2015 สนามที่ 1 แข่งขันกันที่อินดอร์ สสเตเดี้ยม หัวหมาก ประเทศไทย

ทีมวอลเลย์บอลสาวไทย ทีมอันดับ 12 ของโลก พบ ทีมชาติเซอร์เบีย ทีมอันดับ 8 ของโลก

เริ่มเซ็ตแรกเป็นสาวไทยที่ออกสตาร์ทได้ดีกว่า ออกนำไปก่อนถึง 5-0 และยังไล่ตบทำคะแนนได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่เซอร์เบียเล่นผิดพลาดเองด้วยหลายจังหวะ

จบเซ็ตแรกทีมตบสาวไทยเอาชนะไปได้ก่อน 25-17 คะแนน

เซ็ตสอง เซอร์เบียแก้เกมได้ดีขึ้น เริ่มจับจังหวะสาวไทยได้ เปิดเซ็ตประการสูสี ก่อนค่อยๆทำแต้มห่างออกไปเรื่อยๆ และเอาชนะไปได้ 25-15 คะแนน เซอร์เบียตีเสมอไทยเป็น 1-1 เซ็ต

รายชื่อผู้เล่นตัวจริงทีมชาติไทย : วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์, นุศรา ต้อมคำ, อัจฉราพร คงยศ, อรอุมา สิทธิรักษ์, วรรณา บัวแก้ว, ปลื้มจิตร์ ถินขาว

ตลกแนวหน้าเมืองไทย


เข้าขั้นเศรษฐี! เปิดชีวิต’หม่ำ จ๊กมก’ตลก100ล้าน



บ้านซุปตาร์ ตลกแนวหน้าเมืองไทย



วันนี้ทีมงาน สนุก!มันนี่ จะพาไปรู้จักตลกแนวหน้าของเมืองไทย ที่ใช้ชีวิตค่ำวอดอยู่ในวงการบันเทิงและวงการตลก มาช้านาน เรียกได้อีกว่าเป็นดาวตลกหน้าตาย ที่ใครๆเห็นก็อดขำไม่ได้ สำหรับตลกหน้าเหลี่ยม “หม่ำ จ๊กมก” หรือ นายเพชรทาย วงษ์คำเหลา ซึ่งวันนี้ดาวตลกคนนี้ต้องผ่านความยากลำบากมามาย ก่อนที่จะก้าวขึ้นมาเป็นตลกแถวหน้ามีชื่อเสียง และเงินทองมากมาย เราลองไปทำความรู้จักดาวตลกอารมณ์ขันกันครับ

พื้นเพเดิมของ หม่ำ จ๊กมก เป็นคนจังหวัดยโสธร เกิดวันที่ 24 มิถุนายน 2508 มีพี่น้อง 7 คน ครั้งหนึ่งเจ้าตัวเล่าว่าเคยหนีออกจากบ้านมาตั้งแต่อายุ 16-17 ปี ก่อนจะไปอยู่กับวงดนตรีลูกทุ่งของ สดใส รุ่งโพธิ์ทอง เป็นวงแรก และเริ่มเห็นแววเป็นดาวตลก เมื่อมาเล่นตลกอยู่คณะของ เทพ โพธิ์งาม ดาวตลกชื่อดัง “หม่ำ”มามีชื่อเสียงจนผู้คนรู้จักมากขึ้น เมื่อมาอยู่กับ”เสี่ยตา-ปัญญา นิรันดร์กุล” ในรายการ “ชิงร้อยชิงล้าน” จนได้รับความนิยมจนมีชื่อเสียง และ มีผลการทำงานพิธีกรรายการเกมโชว์หลายรายการ จนมีชื่อเสียงโด่งดังในแก๊งสามช่า ที่มี หม่ำ เท่ง โหน่ง

ความทะเยอทะยานของ หม่ำ ถือว่าไม่สิ้นสุด เมื่อได้รับโอกาสจากผู้ใหญ่ให้เป็นผู้กำกับหนัง เรื่องแรก “บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม” ที่กวาดรายได้เกินร้อยล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นอีกจุดหนึ่งในเส้นทางสู่การเป็นมหาเศรษฐี จากนั้นหม่ำ ก็มีการงานบังคับการหนังเข้ามาเรื่อยๆ ซึ่งแต่หนังละเรื่องที่หม่ำ กำกับก็สร้างรายได้ระดับ 50-100 ล้าน เรียกได้ว่าทำหนังไม่มีขาดทุน มีแต่กำไรเนื้อๆ

นอกจากงานกำกับหนังแล้ว ดาวตลกรักครอบครัวคนนี้ ยังเปิดบริษัทผลิตซื้อขาย ผลิต ลิขสิทธิ์ แผ่นวีซีดี ดีวีดี ซีดี โดยใช้ชื่อบริษัท ลำน้ำชี จำกัด ทุนจดทะเบียน 4 ล้านบาท ยังร่วมทุนกับ เสี่ยตา เจ้านาย สัดส่วน 60 ต่อ 40% ก่อตั้ง บริษัท บั้งไฟ สตูดิโอ จำกัด รับงานแสดง งานพิธีกรตลอดจนนำนักแสดงไปโชว์ ที่สำคัญผลประกอบการถือว่าไม่ธรรมดามีรายได้พร้อมด้วยกำไรอย่างต่อเนื่อง

ความขยันของตลกหน้าเหลี่ยมไม่จบ นอกจาก “หม่ำ” จะเอาดีด้านการแสดง-พิธีกร และผู้กำกับแล้ว ในเรื่องของฝีมือการทำอาหารอีสานบ้านเกิด ยังไม่เป็นสองรองใคร จึงหันมาลงทุนจับธุรกิจ ใช้ชื่อว่า “โรงลาบยโสธร” ร้านอาหารรสแซ่บ ใกล้ๆ ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ สาขาบางแค ถนนพุทธมณฑล สาย 1 ร้านแห่งนี้ใช้เงินลงทุนกว่า 10 ล้านบาท และยังมี “หม่ำ โต๊ะลาว” ที่รับจัดเลี้ยงหมู่คณะแบบโต๊ะจีนในรูปแบบปาร์ตี้สไตล์อีสาน อาหารรสแซ่บ พร้อมการบริการครบทั้งในเรื่องของงานตบแต่งสถานที่ เวทีการแสดง โชว์ศิลปะวัฒนธรรมแบบอีสาน แถมการแสดงโชว์จากหม่ำ จกม๊ก อีกด้วย

ทั้งแล้วทั้งปวง ขึ้นอยู่กับความขยันของ หม่ำ ทั้งสิน จนเจ้าตัวสามารถสร้างบ้านมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท เนื้อที่ 12 ไร่ ใน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี แถมตกแต่งอย่างหรูหรา มีสระว่ายน้ำอยู่กลางบ้าน และมีบ้านสำหรับญาติๆ เกือบ 20 คน

เห็นชีวิตตลกซุป’ตา แบบนี้แล้วต้องยกให้ หม่ำ เป็นตลกชั้นเศรษฐีไปแล้ว ที่สำคัญและเห็นได้ชัดและน่าเอามาใช้เป็นแบบอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือความขยัน หากขยันและอดทน ชีวิตนี้ไม่มีลำบากแน่

เน็ตไอดอลเวียดนาม


มาดูกัน เน็ตไอดอลเวียดนาม เน้นรูปใสๆ No Sexy แต่ยอดไลค์ทะลุหลักล้าน!!



เน็ตไอดอลเวียดนาม


ยอดกดไลค์พุ่งพรวดทะลุหลักล้านจนน่าตกใจ สำหรับสาวน้อยหน้าใส ดวงตากลมโต ที่ได้รับการขนานนามให้เป็นเน็ตไอดอลสาวคนใหม่ของเวียดนาม เจ้าของเฟซบุ๊กนามว่า Ngố Thư ที่มียอดไลค์เเต่ละรูปเหยียบล้านไลค์ เรียกว่ามาเเรงเเซงโค้งศิลปินดาราบางคนจริงๆ

ซึ่งภาพส่วนใหญ่ที่เจ้าตัวโพสต์ลงข้างในเฟซบุ๊กนั้น ล้วนเเล้วเเต่เป็นภาพในอิริยาบถสบายๆ ไม่ได้หวือหวาเซ็กซี่อะไร เเต่ยอดไลค์คืนพุ่งทะยาน เรียกว่า รูปธรรมด๊า..ธรรมดา เเต่ยอดกดไลค์ไม่ต่ำกว่าหลักแสน แถมบางรูปยังทะลุหลักล้านเสียด้วยซ้ำ

พูดเลยว่าสาวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มคนนี้เปล่าธรรมดาจริงๆ

กันต์ กรวิศ บุญศรี


“กันต์ กรวิศ” หรือ หญิงบี้ ใน ซีรีย์รักนะเป็ดโง่ (Ugly Duckling)




กันต์ กรวิศ บุญศรี


ซีรีย์รักนะเป็ดโง่ (Ugly Duckling) ตอน “Perfect Match” ที่กำลังเข้มข้นอยู่ตอนนี้ ได้รับกระแสตอบรับดีมากจากผู้ชมและเป็นที่พูดถึงกันมากในโลกออนไลน์ ทำให้ตัวละครในเรื่องได้แจ้งเกิดกันไปตามๆกัน

และหากพูดถึงตัวละครหลักในซีรีย์เรื่องนี้นั้น นอกจากพระ-นางเอกของซีรีย์อย่าง จูเนียร์ (มุก วรนิษฐ์) และ พี่เสือ (ดีเจพุฒ) แล้ว เราคงจะลืม “หญิงบี้” เพื่อนซี้ของนางเอกสาวสวยไม่ได้เด็ดขาด

ฉะนั้น วันนี้ Sanook! campus ขอเกาะกระแสซีรีย์ เพื่อไปทำความรู้จักกับ “กันต์ กรวิศ บุญศรี” หรือ “หญิงบี้” กันให้มากกว่าเดิมดีกว่า

ประวัติ

ส่วนสูง 179 ซม.

น้ำหนัก 69 กก.

เกิด 6 สิงหาคม พ.ศ. 2535

กันต์ กรวิศ เป็นหนุ่มหน้าใสผิวสวยพลัดพรากเชียงใหม่ โดยจบการศึกษาระดับมัธยมมาจากเชียงใหม่

ปัจจุบัน กำลังศึกษาในระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 4 คณะบริหารธุรกิจ สาขาธุรกิจระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

โดยเขายังมีความสามารถพิเศษนอกเหนือจากการแสดง หมายถึง เต้น อีกด้วย

กันต์ กรวิศ เข้าวงการครั้งแรกจากการแสดงหอแต๋วแตก ภาค4 และได้ทำการออดิชั่นเพื่อเข้ามาเป็นพิธีกรสังกัด BANG CHANNEL หลังจากนั้นก็ได้มีผลงานเป็นการแสดงมิวสิควิดีโอต่างๆ และพิธีกร ที่ผลงานวงการออกมาเป็นระยะ

ผลสรุปงานปัจจุบัน

– พิธีกร ช่อง BANG CHANNEL
– ซีรีย์รักนะเป็ดโง่ (Ugly Duckling) ตอน “Perfect Match” รับบทเป็น หญิงบี้

ตัวอย่างผลงาน หนังสั้นรักจริงปิ๊งเก้อ

สมยศ สุธางค์กูร


ชูวิทย์ แฉปมฆ่า สมยศ สุธางค์กูร เปรยตัวเองไม่รู้จะโดนเมื่อไร



สมยศ สุธางค์กูร



จากกรณี ลอบยิง นายสมยศ สุธางค์กูร อายุ 62 ปี อดีตเจ้าของพระราม 9 คาเฟ่ เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. ที่ผ่านมา นายชูวิทย์ กมลวิศิษ ได้โพสต์ข้อความบนเฟชบุ๊คสวนตัวถึงกรณีนี้ว่า ข่าววงแห่งบอกว่าหักกันเรื่องพนัน เปรยตัวเองก็ไม่รู้จะโดนเมื่อไร

ทั้งนี้ข้อความทั้งหมดคือ

ปิดตำนานคาเฟ่

“คาเฟ่” เคยเจริญรุ่งเรืองมากในอดีต เริ่มต้นแถวถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เป็นธุรกิจคู่กับดักสถาน อาบ สมยศ สุธางค์กูร อบ นวด พึ่งพาอาศัยกัน ด้านในเป็นสถานที่รับประทานอาหาร กินเหล้า ดูโชว์ ดูตลก ดูนักร้อง คนเที่ยวส่วนใหญ่มักเป็นวัยผู้ใหญ่ นั่งพักผ่อนหย่อนใจ เฮฮากับเพื่อนฝูง จังหวะเหมาะต้องตานักร้องคนไหน ก็ใช้พวกมาลัยเป็นสื่อ แขวนคอแจกเงิน เด็กรุ่นนี้อาจจะไม่รู้จักคาเฟ่ เพราะปัจจุบันแทบไม่เหลือให้เห็นแล้ว

คุณสมยศ สุธางค์กูร เป็นเจ้าของ สมยศ สุธางค์กูร “พระราม 9 คาเฟ่” ที่โด่งดังภายในย่านถนนพระราม 9 ข่าววงในบอก สมยศ สุธางค์กูร หักกันเรื่องพนัน แต่มันเป็นเรื่องที่ตำรวจจะต้องไปสืบสวน ไม่ใช่เรื่องของผมแต่อย่างใด ผมขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของคุณสมยศ ที่ต้องสูญเสียคนที่รักไป

ชีวิตคนไทยมันราคาถูก ห้าหมื่นแสนนึงก็มีคนรับงาน แตะต้องยิงตายกันง่ายๆ ไม่รู้ว่าจะโดนเอาเมื่อไหร่ “รู้หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็นหาง” ทำให้ผมอยู่รอดได้จนถึงทุกวันนี้ แต่อนาคตไม่มีใครหยั่งรู้ อาจจะถูกยิงตายอยู่ในรถ หน้าบ้าน หรือข้างถนน คงแล้วแต่เวรแต่กรรม ผมเลือกเองไม่ได้จริงๆ

ติดตามข่าว สมยศ สมยศ สุธางค์กูร สุธางค์กูร ได้ที่นี่ http://news.sanook.com/1820991/

ผู้กองยอดรัก


ผู้กองยอดรัก เรื่องย่อ ละคร ช่อง 3


ชื่อเรื่อง :

ผู้กองยอดรัก


ช่องที่ออกอากาศ : ไทยทีวีสีช่อง 3
เนื้อเรื่องย่อ

ผู้กองยอดรัก
ผู้กองยอดรัก ยอดรักผู้กอง และ ผู้กองอยู่ไหน เป็นนวนิยายของ กาญจนา นาคนันทน์ เป็นเรื่องราวของความรักของพลทหารกับผู้กองสาวเจ้าเสน่ห์ที่แฝงไว้สำหรับความสนุกสนาน โดนนำมาสร้างหมายความว่าภาพยนตร์และละครโทรทัศน์มาแล้วหลายครั้ง ถูกนำมาสร้างทำเป็นภาพยนตร์ 2 ครั้ง (พ.ศ. 2516, พ.ศ. 2524) และละครโทรทัศน์ถึง 6 ครั้ง (พ.ศ. 2515, พ.ศ. 2522, พ.ศ. 2531, พ.ศ. 2538, พ.ศ. 2545, พ.ศ. 2550) โดยแต่ละครั้งจะมีชื่อเรื่องต่างกัน เช่น ผู้กองยอดรัก, ยอดรักผู้กอง, ผู้กองยอดรัก – ยอดรักผู้กอง และ ผู้กองอยู่ไหน

เรื่องย่อ ผู้กองยอดรัก
เรื่องย่อละคร ผู้กองยอดรัก
พัน น้ำสุพรรณ หลังจากที่เรียนจบสาขานิติศาสตร์ สิงขรก็ทำงานมีชีวิตทนายฝึกหัดอยู่เกือบปีเมื่อหมดกำหนดการผ่อนผันการเกณฑ์ทหาร เขาก็เดินทางกลับบ้านเกิด กำนันพูนกับนางจันทร์ ก็เตรียมจัดงานต้อนรับการกลับมาของลูกชายอย่างใหญ่โต พันอยากเป็นทหาร แต่พ่อกำนันไม่ยอมเพราะกลัวลูกจะลำบาก จึงติดสินบนเจ้าหน้าที่สัสดีเพื่อไม่ให้พันได้เป็นทหาร เมื่อพันรู้เรื่องจึงทะเลาะกับพ่อและคิดวางแผนฆ่าตัวตาย ทำให้พ่อกับแม่จึงต้องตามใจ แต่พันจับได้ใบดำ เขาจึงไปสมัครเป็นทหารเกณฑ์โดยใช้วุฒิการศึกษาแค่ ป.4 วันแรกที่กรม พันได้พบเพื่อน และได้พบกับ ผู้กองฉวีผ่อง พันเกิดปิ๊งเธอตั้งแต่แรกเห็น แต่อ่ำเตือนพันว่าให้ตัดใจเพราะเธอเป็นลูกสาวสุดหวงของ พันเอกผวนกับคุณนายไฉววงษ์ เฉพาะกลับทำให้พันเกิดกรณีรู้สึกท้าทายมากกว่าที่คิดจะเด็ดดอกฟ้าโดยมีคู่แข่งคนสำคัญคือ พันตรีนายแพทย์สุทธิสาร

พันเสนอตัวเป็นคนขับรถให้ผู้กองเพื่อหวังจะจีบหล่อน แต่พันก็โดนผู้กองตอกกลับมาทุกครั้ง ผู้กองเริ่มรู้สึกว่าพันมีความคิดอ่านเกินกว่าคนจบ ป.4 คุณนายไฉววงษ์ ซึ่งเป็นคนที่มีนิสัย ขี้เหนียวสุด ๆ ชอบใจพัน เพราะพันชอบเอาของมาฝากอยู่บ่อย ๆ และเก็บขวดในบ้านไปขายได้ราคาดี แต่หารู้ไม่ว่าพันควักเงินของตัวเองให้คุณนาย พันเริ่มเห็นว่าผู้กองไม่ได้เป็นคนเหย่อหยิ่ง แต่เธอเป็นคนรู้จักวางตัว เป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ ส่วนผู้กองก็เริ่มเห็นความจริงใจของพัน และเริ่มจะเขวอยู่เหมือนกัน พันเป็นที่โปรดปรานของคุณนายไฉววงษ์ เพราะช่วยคุณนายทำขนม จนพันเอกผวนหึง ทางกรมมีคำสั่งด่วนให้ผู้กองไปรักษาคนไข้ที่ต่างจังหวัด พันเอกผวนจึงให้พันเป็นคนขับรถไปส่ง ระหว่างทางมีโจรดักปล้นรถผู้กอง พันจึงพาผู้กองหนี แต่ดันไปเจอรังโจรกับถูกจับ หัวหน้าโจรเห็นผู้กองก็อยากจะได้มาเป็นเมีย พันจึงออกอุบายหลอกโจรว่าผู้กองเป็นเมียตนเองและจูบผู้กองให้โจรดู หัวหน้าโจรจึงยอมตัดใจ ในค่ายผู้กองได้รักษาโจรคนหนึ่ง และผู้กองได้บอกเมียโจรคนนี้ว่าจะต้องรีบพาสามีหล่อนไปส่งโรงพยาบาลโดยด่วน ถ้าไม่เช่นนั้นอาจจะตายได้ เมียโจรจึงวางแผนใส่ยานอนหลับไว้ในเหล้าจนหัวหน้าโจรและพวกหลับสนิท จึงหนีออกมาได้ มาถึงกรุงเทพฯ พันตรีสุทธิสารก็เร่งรัดขอแต่งงานกับผู้กอง พันเอกผวนเห็นด้วยและเปิดโอกาสให้พัน โดยการให้หาสินสอดทองหมั้นจำนวนมากมาสู่ขอ พันจึงกลับไปบอกพ่อกับแม่ที่สุพรรณให้มาสู่ขอผู้กอง ขบวนขันหมากมาถึงบ้านผู้กองพร้อม ๆ กัน แม้กระนั้นขันหมากของพันตรีสุทธิสารดูจะได้เปรียบมากกว่า เพราะว่ามีนายทหารชั้นผู้ใหญ่มาเป็นเถ้าแก่สู่ขอ แต่พอพันเอกผวนได้พบกับกำนันพูนถึงกับตะลึงเพราะทั้งสองคนเคนเป็นเพื่อนรักกันมาก่อน ที่สำคัญกำนันพูนเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ขอพันเอกผวนธำรงมากโข พันเอกผวนจึงให้ผู้กองฉวีผ่อง ตัดสินใจเองติเตียนจะรับขันหมากจากฝ่ายใด

ข่าวกรีซล่าสุด


ย้อนรอย วิกฤตการณ์มหากาพย์ “ปัญหาหนี้กรีซ” สะเทือนเศรษฐกิจโลก



ข่าวกรีซ


ด้วยโลกาภิวัฒน์ของการเงินที่เกิดจากการจากการกู้ยืมที่มีความเสี่ยงสูง การค้าระหว่างประเทศไม่สมดุล เเละฟองสบู่เเตกในภาวะการปล่อยสินเชื่อเนื้อที่ง่ายทั่วทวีปยุโรป ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจอันใหญ่หลวง โดยเฉพาะต่อ “ประเทศกรีซ” ซึ่งภายหลังได้เริ่มใช้เงินสกุลยูโรในเดือนมกราคม ปี 2544 ทำให้กรีซสามารถกู้ยืมเงินได้มาจากอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลที่ต่ำจนเกินไปเเละการทุ่มนโยบายรัฐสวัสดิการ ทำมอบเกิดภาวะขาดดุลทางภาครัฐเเละมีหนี้สินสาธารณะเกินที่จะสามารถควบคุมได้

วิกฤติหนี้กรีซ…มาถึงจุดนี้ได้อย่างไร

2552 /2009

สาเหตุของวิกฤติเศรษฐกิจกรีซ สาเหตุแรกมาจาก การขาดดุลภาครัฐของโดยในปี 2552 การขาดดุลการคลังของกรีซอยู่ที่ 12.7% ของ GDP ซึ่งสูงกว่าระดับที่เหมาะสมที่ทางกลุ่มสหภาพยุโรปกำหนดไว้ถึงประมาณ 4 เท่าตัว จากการขาดดุลภาครัฐของรัฐบาลนั้นส่งผลให้หนี้ของภาครัฐของกรีซเพิ่มสูงขึ้นถึง 112.6% ของ GDPในปี 2552 ซึ่งสูงกว่าระดับย่านเหมาะสมที่ทางกลุ่มสหภาพยุโรปกำหนดไว้อาบันประมาณเกือบ 2 เท่าตัว

ปี 2553/2010

ในเดือน มีนาคม 2553 รัฐสภากรีซผ่านร่างรัฐบัญญัติคุ้มครองเศรษฐกิจ ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดรายจ่ายภาครัฐลงถึง 48,000 ล้านยูโร โดยการดำเนินมาตรการหลายอย่าง รวมทั้งการลดค่าจ้างภาคเอกชน เป็นเหตุให้ประชาชนนัดหยุดงานทั่วประเทศ ณ กรุงเอเธนส์เพื่อประท้วงต่อการลดค่าใช้จ่ายและการเพิ่มภาษี

ในเดือนพฤษภาคม 2553 ได้มีการบรรลุข้อตกลงกู้ยืมระหว่างกรีซ กับข้าวกลุ่มทรอยกา ซึ่งตัวอย่างเช่น สหภาพยุโรป, กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และธนาคารกลางแห่งยุโรป (อีซีบี) ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวประกอบด้วยเงินกู้ทันที 45,000 ล้านยูโรที่จะได้รับในปี2553 และเงินกู้อื่น ๆ จะได้รับในภายหลัง ซึ่งคิดเป็นมูลค่าทั้งหมด 110,000 ล้านยูโร โดยมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงถึง 5%

ในเดือนตุลาคม 2553 สำนักงานสถิติแห่งเฮเลนนิค (The Hellenic Statistical Authority-ELSTAT) ได้รายงานผลสำรวจว่า อัตราการว่างงานของกรีซ เพิ่มสูงขึ้นเป็น 13.5 นับว่าสูงสุดในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา

ในเดือนธันวาคม 2553 กรีซมีอัตราเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้นถึง 5.2% และมีความเชื่อมั่นผู้บริโภคอยู่ที่ 65.6% ลดลงจากเดือนก่อนซึ่งอยู่ที่ 67.3% โดยความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดน้อยลงยังไม่ตายผลมาละเศรษฐกิจของกรีซที่ยังย่ำแย่กับสภาพการเงินฝืดเคืองสะท้อนภาพอุปสงค์ภายในประเทศที่อ่อนกำลังลงได้ชัดเจน

ปี2554/2011

กลางปี2554กรีซยังประสบปัญหาในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจถึงจะมีมาตรการรัดเข็มขัดและพยายามเปลี่ยนรูปรัฐวิสาหกิจลดจำนวนข้าราชการเพิ่มภาษีแต่ก็ยังไม่สามารถระดมเงินได้ทันและคาดว่าจะไม่สามารถชำระหนี้ได้ทันกำหนดส่งผลให้ธนาคารและสถาบันการเงินต่างๆในยุโรปโดยเฉพาะในเยอรมนีและฝรั่งเศสซึ่งถือพันธบัตรหรือตราสารหนี้ของกรีซเป็นมูลค่าสูงหาได้รับผลกระทบตามไปด้วย

ปี2555/2012

ในเดือนกุมภาพันธ์ 2555 จากผลกระทบต่อประเทศในยูโรโซนดังกล่าว รัฐบาลกรีซจึงได้รับการอนุมัติเงินช่วยเหลือระยะสองมูลค่า 130,000 ล้านยูโร จากมติของที่ประชุมของยูโรกรุ๊ป ซึ่งจำนวนเงินส่วนหนึ่งจะเข้าสู่สถาบันการเงินกรีซไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นล้านยูโร และการปรับลดหนี้ของภาคเอกชนลงร้อยละ 53.5 ด้วยการลดอัตราผลตอบแทนตราสารหนี้และออกตราสารใหม่เพิ่มเติม ที่จะมีผลให้หนี้สินภาคเอกชนลดลงประมาณ 110 ล้านยูโร จากเดิม 206 ล้านยูโร โดยครั้งนี้รัฐบาลของประเทศสมาชิกอียู พยายามดึงธนาคารและสถาบันการเงินเอกชนเข้ามาร่วมรับภาระด้วยและกำหนดให้รัฐบาลกรีซจงดำเนินนโยบายรัดเข็มขัดด้านการเงินและการคลังอย่างจริงจัง

เดือนธันวาคม2555กรีซเสนอร่างกฎหมายจัดเก็บภาษีเพิ่มอีก2,500ล้านยูโร(ราว100,000ล้านบาท)ระหว่างปี2556-2557ภายใต้เงื่อนไขรับความช่วยเหลือจากต่างประเทศ โดยร่างกฎหมายจัดเก็บภาษีเพิ่มเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการตัดลดค่าใช้จ่าย มูลค่า 13,500 ล้านยูโร (ราว 540,000 ล้านบาท) เป็นเวลา 2 ปี เพื่อให้สามารถรับความช่วยเหลืองวดใหม่จากสหภาพยุโรป (อียู)และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ)

โดยธนาคารกลางกรีซ ประเมินว่า การลดค่าใช้จ่ายและขึ้นภาษีจะทำให้เศรษฐกิจกรีซปีหน้าถดถอยสดปีที่ 6 ติดต่อกัน เศรษฐกิจจะหดตัวรวมร้อยละ 24 โดยกรีซจะต้องดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อให้ได้เงินกู้ก้อนใหม่ 14,700 ล้านยูโร (ราว 588,000 ล้านบาท) เวลาในสิ้นเดือนมีนาคม (2556) เพื่อเลี่ยงการประสบภาวะล้มละลาย

ปี 2556/2013

เดือนกรกฎาคม 2556 เจ้าหนี้กลุ่มทรอยกาที่ประกอบไปด้วย คณะกรรมาธิการยุโรป ธนาคารกลางยุโรป และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระบุว่า การกอบกู้เศรษฐกิจของกรีซดำเนินไปอย่างเชื่องช้าเกินไป และไม่มีความแน่นอน

โดยในการประชุมของกลุ่มรัฐมนตรีคลังยูโรโซน ที่ทางกรุงบรัสเซลล์ มีข้อตกลงการมอบเงินช่วยเหลือกรีซจำนวน 2,500ล้านยูโร จากกองทุนช่วยเหลือยูโรโซน กับอีก 1,500 ล้านยูโรจากธนาคารกลางยุโรป จากนั้นภายในเดือนตุลาคม(ปีเดียวกัน)จะมีการโอนเงินเพิ่มเติมอีก 500 ล้านยูโรจากกองทุนช่วยเหลือและอีก 500 ล้านยูโรเท่ากันจากธนาคารกลางยุโรป ตำบลไอเอ็มเอฟ จักมอบเงินกู้งวดแรก 1,800 ล้านยูโร จากทั้งหมด 6,800 ล้านยูโร

โดยในขณะนั้น มีเจ้าหน้าที่รัฐหลายพันคนรวมตัวชุมนุมประท้วงแผนการปรับลดเจ้าหน้าที่รัฐ ตามเงื่อนไขเงินกู้ของทรอยกา เนื่องจากเห็นว่ากรีซมีอัตราว่างงานมากเกือบร้อยละ 30 และมาตรการรัดเข็มขัดโดยการปลดเจ้าหน้าที่รัฐจะหมายถึงการซ้ำเติมปัญหาและทำให้คนยากจนลงไปกว่าเดิม

ต่อมากรีซได้สั่งปิดสถานีโทรทัศน์”เฮเลนิคบรอดแคสติ้งคอร์ปอเรชั่น”หรือERTเพื่อให้สอดคล้องกับข้อตกลงที่ได้ทำไว้กับสหภาพยุโรปและกองทุนการเงินระหว่างประเทศในการตัดลดงบประมาณอย่างการปิดรัฐวิสาหกิจโดยการปิดสถานีโทรทัศน์ดังกล่าวได้สร้างความประหลาดใจให้กับชาวกรีซซึ่งสถานีโทรทัศน์7 แห่ง สถานีวิทยุ 29 แห่ง ร่วมชุมนุมไปถึงหน้าเว็บไซต์อีกหลายเว็บถูกปิดตัวลง รวมไปถึงลูกจ้างอีก 2,650 คนถูกไล่ออกจากงาน ซึ่งนายแอนโตนิส ซามาราส นายกฯของกรีซ(ในขณะนั้น) กล่าวว่า การปิดสถานีโทรทัศน์ ERT ของรัฐนั้นเป็นแค่การปิดชั่วคราว เพื่อเห็นแก่ผลประโยชน์ของส่วนรวม

ปี 2557 /2014

ภายใต้เงื่อนไขของการรับความช่วยเหลือทางการเงินจากนานาชาติ กรีซต้องจัดทำงบประมาณเกินดุลให้ได้ถึง 4.5 เปอร์เซ็นต์ ของจีดีพีในปี 2559 ซึ่งรัฐบาลกรีซในขณะนั้นบอกว่าจะสามารถทำหาได้ตามเป้าหมายดังกล่าวโดยไม่ต้องใช้มาตรการรัดเข็มขัดที่ไม่ได้รับความนิยมมากไปกว่านี้แต่หวังว่าจะหันมาอาศัยความช่วยเหลือจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและระบบงานจัดเก็บภาษีที่ดีขึ้น

กร้านทรอยกายืนยันว่ากรีซจะต้องตัดลดงบประมาณรายจ่ายเพิ่มพูนอีกเนื่องจากพวกเขากังขาว่าความแข็งแกร่งของระดับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและการปราบปรามบรรดาผู้ที่หลบเลี่ยงภาษีอย่างเอาจริงยกมาจังคงไม่สามารถฟื้นฟูสถานะทางการเงินของกรีซได้มากเพียงพอ

นอกจากนี้กรีซและบรรดาเจ้าหนี้นานาชาติยังเปล่าสามารถบรรลุข้อตกลงภายในประเด็นสำคัญๆอีกหลายเรื่องซึ่งรวมถึงการจัดทำงบประมาณของปี2557ยุทธศาสตร์ทางการคลังระยะกลางระหว่างปี2557-2560และกฎการเก็บภาษีอสังหาริมทรัพย์ใหม่ ทั้งนี้ รัฐบาลกรีซต้องชำระหนี้พันธบัตรมูลค่า 1,850 ล้านยูโร (ราว 79,000 ล้านบาท) ภายในต้นเดือนมกราคมปี2558

ปี 2558/2015

เดือนมกราคม 2558 นายอเล็กซิส ซิปราส ผู้นำพรรคไซรีซา ได้ขึ้นมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของกรีซ โดยนายซิปราสได้เป็นผู้นำพรรครัฐบาลผสมหลังคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งทั่วไปของกรีซ

โดยก่อนหน้านี้ พรรคไซริซา ได้ชูนโยบายหาเสียงว่าจะต่อต้านมาตรการรัดเข็มขัด ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ชาวกรีกต้องแบกรับ แลกกับแพ็กเกจเงินกู้ช่วยเหลือจากนานาชาติ อาจทำให้เกิดความขัดแย้งในอนาคตระหว่างกรีซกับกลุ่มเจ้าหนี้ จนนำไปสู่การแยกตัวจากยูโรโซนได้

ทั้งนี้ ในอดีตระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งปี 2555 นายซีปราสเคยโจมตีพรรครัฐบาลขณะนั้นอย่างรุนแรงที่ยอมดำเนินมาตรการรัดเข็มขัดตามใบสั่งจากเจ้าหนี้ และการได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งล่าสุดทำให้เขาเป็นที่กล่าวขวัญไปทั่วโลก ว่าเป็นนายกฯกรีซที่กล้างัดข้อกับกับไอเอ็มเอฟ และสหภาพยุโรป

สำหรับความกังวลเรื่องกรีซจะออกจากยูโรโซน ที่เริ่มซาลงหลังจากรัฐบาลกรีซชุดใหม่สัญญาว่าจะไม่ยกเลิกหนี้ครึ่งหนึ่งตามที่เคยลั่นวาจาไว้ในช่วงหาเสียงเลือกตั้งได้กลับมาเป็นประเด็นถกเถียงกันในยุโรปอีกครั้งหลังจากนายอลันกรีนสแปนอดีตประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด ออกมาทำนายว่ากรีซจะต้องออกจากยูโรโซนอย่างแน่นอน มิเช่นนั้นก็จะไม่สามารถหลุดพ้นจากวิกฤตหนี้ได้ ทำให้ทั่วโลกหันกลับมาหวั่นวิตกกับวิกฤตยูโรโซน และเริ่มการประเมินความเสี่ยงอย่างจริงจังอีกครั้งว่าหากกรีซต้องหลุดจากกลุ่มประเทศผู้ใช้เงินสกุลยูโรจริงๆจะเกิดอะไรขึ้นกับกรีซและยุโรป

ทั้งนี้โดยเมื่อปีที่เเล้วนายอันโตนิสซามาราส อดีตนายกรัฐมนตรีผู้เป็นฝ่ายโปรยุโรป เคยบอกไว้ว่าหากกรีซออกจากยูโรโซน คุณภาพชีวิตของชาวกรีกจะตกต่ำลงถึงร้อยละ 80 ภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ กิจการต่างๆจะล้มละลาย และธนาคารจะต้องอายัดบัญชีเงินฝากของประชาชนเพื่อไม่ให้แบงก์ล้ม ขณะที่ราคาสินค้านำเข้าจากยุโรปจะแพงขึ้น 2-4 เท่า เนื่องจากสกุลเงินของกรีซจะอ่อนค่าจนไม่ต่างจากกระดาษ ถึงแต่ธุรกิจท่องเที่ยว ซึ่งน่าจะได้รับประโยชน์จากการที่ค่าเงินกรีซอ่อน ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติจับจ่ายใช้สอยได้คล่องมือขึ้น ก็อาจได้รับผลกระทบจากความวุ่นวายทางการเมืองที่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนภายใต้วิกฤตเศรษฐกิจที่หนักหนาสาหัส

เดือนกุมภาพันธ์2558 กอบด้วยการประชุมระหว่างรัฐมนตรีคลังของกรีซกับประเทศยูโรโซน เพื่อหาทางออกเกี่ยวกับการแก้ไขวิกฤติ หนี้ของกรีซ ซึ่งในการประชุมดังกล่าวได้ปิดฉากลงข้างในเวลาอันรวดเร็วโดยปราศจากความคืบหน้า ด้วยท่าทีที่แข็งกร้าวของทั้งสองฝ่าย

เดือนมีนาคม 2558 ทางการสหภาพยุโรปได้เปิดการหารือกับนายอเล็กซิส ซีปราส นายกรัฐมนตรีกรีซ เกี่ยวกับการจัดการปัญหาหนี้ของกรีซ โดยสมาชิกอียูหลายประเทศ รวมทั้งเยอรมนียืนกรานหนักแน่นว่ากรีซจะต้องทำตามเงื่อนไขของอียูอย่างเคร่งครัด โดยอียูได้ตัดสินใจขยายเวลาเงินกู้มูลค่า 240,000 ล้านยูโรให้กับกรีซ ซึ่งยอมยืดกำหนดเวลาชำระหนี้ของกรีซออกไปอีก 4 เดือน ด้านรัฐบาลกรีซอ้างว่า เป็นเงื่อนไขของฝ่ายอียูในการเข้ามาตรวจสอบการบริหารเงินกู้ของกรีซนั้นอยู่เหนือบทบาทของการเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงและเหล่าเจ้าหนี้พยายามเข้าแทรกแซงการเมืองกรีซ

เดือนพฤษภาคม2558 กรีซกับเจ้าหนี้ทั้ง3ฝ่าย ซึ่งรวมถึงธนาคารกลางยุโรปและIMFยังไม่สามารถตกลงกันได้เรื่องเงินกู้มูลค่า7,200 ล้านยูโรกันได้ ซึ่งเป็นงวดสุดท้ายของแพ็กเกจเงินช่วยเหลือ 240,000 ล้านยูโร โดยเจ้าหนี้ปฏิเสธที่จะอนุมัติเงินก้อนดังกล่าว

ด้านผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนชาวกรีก พบว่า 3 ใน 4 ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของยูโรโซนต่อไป และเกินครึ่งต้องการให้รัฐบาลบรรลุข้อตกลงกับเจ้าหนี้ แม้ว่าจะหมายถึงการต้องแบกรับการรัดเข็มขัดที่หนักขึ้น ดังนั้นหากนายซีปราส นายกฯไม่สามารถตกลงกับเจ้าหนี้ได้ย่อมส่งผลต่อคะแนนเสียง

27 มิถุนายน 2558 นายกรัฐมนตรีอเล็กซิส ซีปราส ประกาศใช้มาตรการลงประชามติซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 5 ก.ค นี้ เพื่อพิจารณาว่า กรีซควรรับข้อเสนอให้ความช่วยเหลือทางการเงินเพื่อกู้วิกฤตหนี้หรือไม่ ซึ่งกลุ่มเจ้าหนี้ทั้งสหภาพยุโรปและธนาคารกลางยุโรป ระบุในที่ประชุมสุดยอดผู้นำอียูในเบลเยี่ยมว่าจะยืดเวลาช่วยเหลือไปอีก 5 เดือนเเละหากว่ากรีซทำตามเเผนปฎิรูปการเงิน กลุ่มเจ้าหนี้ก็พร้อมที่จะอนุมัติเงินกู้ช่วยเหลือราว 68,000 ล้านบาทให้ในทันทีรวมถึงจะพิจารณาอนุมัติเงินกู้งวดสุดท้ายอีก 270,000 ล้านบาท จากงบประมาณช่วยเหลือทั้งสิ้น 9 ล้านล้านบาท

ด้านนายซีปราส ยืนกรานว่า ข้อเสนอดังกล่าวสร้างความอับอายให้กรีซเเละได้ประณามข้อเรียกร้องของกลุ่มเจ้าหนี้ว่ามากเกินกว่าจะรับได้ เเละนายกฯกรีซยังยืนยันไม่ทำตามข้อเสนอ เเม้จะต้องชำระหนี้กว่า 56,000 ล้านบาทภายในวันที่ 30 มิ.ย.นี้ก็ตาม

8 มิถุนายน 2558 ชาวกรีกทั่วประเทศ แห่พากันไปถอนเงินจากตู้เอทีเอ็มของธนาคาร ด้วยความตื่นตระหนกและกังวล เนื่องจากนายกฯกรีซประกาศชัดเจนว่า รัฐสภามีมติเห็นชอบให้มีการลงประชามติ เกี่ยวกับโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่กรีซยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับบรรดาเจ้าหนี้ได้ โดยนายสตาฟรอส โคคอส ประธานสหภาพพนักงานธนาคาร บอกกล่าวว่า ตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา(27 มิ.ย.) มีเงินสดถูกถอนออกไปราว 1,300 ล้านยูโร หรือประมาณ 48,954 ล้านบาท ซึ่งมีเพียง 40% เท่านั้นที่ยังมีเงินสดเหลืออยู่ในตู้เอทีเอ็ม

และนี่คือ ลำดับเหตุการณ์ความเป็นมาของวิกฤติหนี้สาธารณะของประเทศกรีซ พร้อมทั้งกำลังเป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญที่จะกระทบวงกว้างต่อประชาคมเศรษฐกิจยุโรปอยู่ในเวลานี้…

ติดตามข่าวกรีซล่าสุด ได้ที่นี่ http://news.sanook.com/tag/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%8B/latest/