สิงห์


ช็อค! สิงห์ Sqweez Animal ประชาธิป มุสิกพงศ์ พลัดตกคอนโดดับ



สิงห์ Sqweez Animal



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (29 ก.ค.) เมื่อเวลา 23.30 น. ทวิตเตอร์ @Namsifa1844 รายงานว่า นายประชาธิป มุสิกพงศ์ หรือ สิงห์ อายุ 31 ปี มือกีตาร์ของวงสควีซ แอนนิมอล (Sqweez Animal) และลูกชายของนักการเมืองชื่อดัง นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ แกนนำเสื้อแดง กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) พลัดหลุดจากคอนโดมีเนียมหรู ย่านทองหล่อ จากชั้น 9 มาเสียชีวิตบริเวณระเบียงห้อง ชั้น 4

ล่าสุด นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ ได้เดินทางมาที่เกิดเหตุเพื่อดูศพลูกชาย โดยนายวีระ ยืนยัน ได้เสียลูกชายคนที่ 2 ไปแล้ว เชื่อเป็นการฆ่าตัวตาย เพราะทิ้งจดหมายลาไว้ ยอมรับมีปัญหากับแฟนสาว

ขณะที่โลกออนไลน์ต่างพากันติดแฮชแท็ก #RIPsingha โดยบ่งความเสียใจและตกใจกับข่าวดังกล่าว

ทั้งนี้ นายประชาธิป มุสิกพงศ์ หรือ สิงห์ ได้ร่วมทำผลการเพลงกับ วิน ศิริวงศ์ โดยใช้ชื่อวงว่า สควีซ แอนนิมอล (Sqweez Animal) มีเพลงที่เป็นที่รู้จัก เช่น อาจยังไม่สาย และ ฉันไม่เหงา และกำลังคบหาดูใจกับนักร้องสาว เฟย์ พรปวีณ์ นีระสิงห์ วงเฟย์ฟางแก้ว

ดูข้อมูล ที่นี่เพิ่มเติมจร้า http://news.sanook.com/1839098/

รถจักรยาน


ปั่นจักรยานอย่างไร ให้ปลอดภัยในหน้าฝน


รถจักรยาน
ในช่วงฤดูฝนของ ประเทศไทย อาจไม่ใช่อุปสรรคสำหรับกลุ่มคนรักการปั่นจักรยาน แต่เรื่องความปลอดภัยต้องระวังมากขึ้นเป็นพิเศษ ด้วยการตรวจเช็คสภาพรถจักรยานทุกครั้ง มีอุปกรณ์ที่พร้อม เพื่อรับมือกับช่วงเวลาที่ฝนตก

กวิน ชุติมา กรรมการชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพณประเทศไทย ให้คำแนะนำในการปั่นจักรยานหน้าฝนว่า ในช่วงหน้าฝนเมื่อฝนตกมาใหม่ๆ น้ำจะผสมกับฝุ่นที่สะสมกลายเป็นแผ่นโคลนลื่นๆ ทำให้ถนนลื่นและอันตราย สิ่งที่ต้องตรวจเช็คสำหรับตัวรถจักรยานคือ

1. ลมยาง โดยปกติแล้ว ยางรถจะมีบอกแรงดันลมไว้ที่แก้มยาง เพียง 35-65 PSI หรือ 60-90 PSI (Pound per Square Inch) ให้อีฉันเลือกเติมลมยางไว้ในระดับที่ต่ำสุดในช่วงหน้าฝน อย่าง 60-90 ก็เลือกเติมไว้ที่ 60 ปอนด์ เพื่อความปลอดภัย

ขอบคุณภาพประกอบ : http://wadestar.hubpages.com/

ปั่นเพื่อแม่


ปชช.ร่วมรับเสื้อ-เข็มกลัดพระราชทาน Bike For Mom แน่น



Bike for Mom


ประชาชนรอเข้าคิวรับเสื้อและเข็มกลัด ไบค์ฟอร์มัม หน้าสนามกีฬากองทัพบกวันที่สองแน่น ส่วนด้านการจราจรคล่องตัว ขณะ พล.อ.ปรีชา ประธานถวายราชสักการะพระบรมฉายาลักษณ์ พระราชินี-สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ

พ.ต.ท.สนอง แสงมณี รอง ผกก.งานศูนย์ควบคุมจราจรถนนวิภาวดีรังสิต เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า กิจกรรมการรับเสื้อและเข็มกลัด เนื่องในกิจกรรม ปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 83 พรรษา 12 สิงหาคม 2558 วันที่สอง ณ สนามกีฬา กองทัพบก ถนนวิภาวดีรังสิต มีประชาชนทยอยมารอเข้าคิวหน้าสนามกีฬาจำนวนมาก เพื่อรอเวลาเปิดเข้ารับเสื้อและเข็มกลัด กิจกรรมมหามงคลดังกล่าว ส่วนการจัดการจราจรด้านหน้าสนามกีฬา รถยังสามารถเคลื่อนตัวได้ โดยไม่มีการปิดการจราจรแต่อย่างใด มีเพียงการนำเอากรวยยาง มาวางไว้เพื่อให้ประชาชนเข้าคิว รอเข้าภายในสนามกีฬาเท่านั้น คาดว่าช่วงสายประชาชนจะทยอยมามากขึ้นเรื่อย ๆ

ทั้งนี้ มีขบวนอันเชิญเข็มกลัดพระราชทาน แต่ก่อนเปิดให้ประชาชนเข้ามาลงทะเบียนได้ตามจุดต่าง ๆ ซึ่งมีการเตรียมไว้เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน โดยในวันนี้จะเป็นการมอบเข็มกลัดพระราชทานเพียงอย่างเดียว เนื่องจากเสื้อพระราชทานได้มอบในแก่ประชาชนตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมา และมีจำนวนจำกัด ซึ่งมีประชาชนเดินทางเข้ามาอย่างเนืองแน่น โดยมี พล.อ.พิสิฐ สิทธิสาร ประธานอนุกรรมการจัดงานกิจกรรม Bike for Mom ปั่นเพื่อแม่ เป็นผู้มาต้อนรับประชาชน

อย่างไรก็ตาม จะเปิดให้ประชาชนที่ได้ลงทะเบียนในเว็บไซต์ มาลงทะเบียนรับเข็มกลัดพระราชทานได้ตลอดทั้งวัน

ปชช.ยังคงทยอยร่วมงานปั่นเพื่อแม่แน่น

บรรยากาศกิจกรรมปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 83 พรรษา 12 สิงหาคม 2558 วันที่สอง ที่สนามกีฬากองทัพบก ล่าสุด ประชาชนยังคงมาร่วมกิจกรรม Bike for Mom ปั่นเพราะด้วยแม่ ชนิดต่อเนื่อง

ทั้งนี้ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก จะเดินทางมาเป็นประธานในกิจกรรมพิเศษ พร้อมถวายราชสักการะพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร จากนั้นจะเข้าเยี่ยมชมนิทรรศการฯ และเยี่ยมชมจุดลงทะเบียน พร้อมทั้งเป็นสักขีพยานในการรับเข็มกลัดพระราชทาน

อย่างไรก็ตาม จะยังคงเปิดให้ประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมได้จนถึงเวลา 20.00 น. โดยมีบริการรถรับ-ส่ง ประชาชน เพื่ออำนวยความสะดวกบริเวณหน้าสนามกีฬาทั้งขาเข้าและขาออก ถนนวิภาวดี

มนต์เลิฟสิบหมื่น


“นิว-ชัยพล จูเลี่ยน พูพาร์ต” เปิดซิงร้อง-เต้น-เล่น-ฮาใน “มนต์เลิฟสิบหมื่น”



มนต์เลิฟสิบหมื่น


พลิกบทบาทใหม่แบบหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียวสำหรับนักแสดงหนุ่มฝีมือดี “นิว-ชัยพล จูเลี่ยน พูพาร์ต” กับผลงานภาพยนตร์มิวสิคัลเลิฟคอเมดี้เรื่อง “มนต์เลิฟสิบหมื่น” สถานที่พระเอกหนุ่มต้องเปิดซิงทั้งร้องเพลง, แดนซ์สนั่น และเล่นมุกฮาลั่นจอพร้อมกันเป็นครั้งแรก เล่นเอาหนุ่มนิวเครียดไม่แพ้พี่คล้าวในหนังที่ต้องหาเงินสิบหมื่นให้ได้กันเลยทีเดียว

นิว ชัยพลพูดถึงภาพยนตร์เรื่องใหม่ของเขาว่า “เรื่องนี้หมายความว่าอะไรที่ค่อนข้างจะใหม่มากสำหรับผม จริงๆ แล้ว แค่ร้องก็ใหม่แล้ว เต้นก็ใหม่แล้ว แต่เรื่องนี้ดับเบิ้ลเลยครับ มาพร้อมกันสองอย่างแล้วก็ในซีนเดียวกันในเพลงเดียวกัน ก็คือ ‘เพลงสิบหมื่น’ ทุกคนจะบอกเลยว่าถ้าคุณเล่นเป็นพี่คล้าว คุณต้องร้องเพลงสิบหมื่นให้ได้ เราก็โถ่ ตายล่ะ ช่วงแรกส่วนว่าเล่น ‘มนต์เลิฟฯ’ มีพี่โต๊ะ พันธมิตรกำกับ เป็นแนวคอเมดี้ น่าจะสนุกมันส์แน่ๆ เลย ชอบๆ อยากเล่นอะไรแบบนี้ แต่พอบอกปุ๊บ นิวจะต้องร้องสิบหมื่นอีกด้วยนะ จะต้องเต้นด้วยหนอ แล้วพี่จะปรับทำนองใหม่เป็นแบบทันสมัยมากยิ่งขึ้นอะไรแบบนี้ ผมเลยบอก เอ่อ…พี่ครับผมร้องเพลงอะไรไม่ได้เลย ผมเต้นก็ไม่ได้ครับพี่ พี่จะให้ผมทำสองอย่างพร้อมกัน ผมตายดีกว่าครับพี่ ผมต้องทำไงดีครับ พี่เค้าบอกว่าเฮ้ย! อย่าเพิ่งเครียด เราลองซ้อมกันก่อนดีกว่า ลองไปซ้อมร้องดู ซ้อมเต้นดู แล้วเราค่อยมาทำรวมกัน เราก็อยู่ในขั้นตอนการค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป ผมก็ทำเต็มที่ทั้งร้องทั้งเต้น แล้วก็จงฝึกฝนหนักมากดำรงฐานะพิเศษจนภายในที่สุดก็ได้ออกมาสู่ให้ได้ชมในภาพยนตร์ต่อจากนั้น ผมก็อยากฝากทุกๆ คนในฉากนี้นะครับ ถ้าสมมตมีอะไรผิดพลาดไปหรือว่าเปล่าสมบูรณ์ผมก็ขออภัยไว้ ณ ที่นี้เช่นกัน ผมขอบอกว่าผมประพฤติเต็มที่จริงๆ ครับ”

เตรียมชมฉากเปิดซิงร้องเต้นเป่าฮาของ “นิว ชัยพล” วิธาเต็มๆ ได้ใน “มนต์เลิฟสิบหมื่น” … 23 ก.ค.นี้ ข้างในโรงภาพยนตร์

จิ๋วจิ๋ว


จิ๋วจิ๋ว VRZO สาวน่ารักสไตล์เกาหลี ดาวม.ขอนแก่น




จิ๋วจิ๋ว สิปโปทัย ฉันทะสิริ


ในรายการ “VRZ0″ รายการสุดฮิตที่วัยรุ่นหลายคนคงรู้จัก กับพิธีกรไอดอลขวัญใจเด็กแนวอย่าง “ปลื้ม สุรบถ” และ “ทับทิม มัลลิกา” ก็มีอีกหนึ่งสาวน่ารักที่หลายคนคงชื่นชอบและคงอยากรู้จักแน่ๆ เธอชื่อ “จิ๋วจิ๋ว” เรียกว่าชื่อสมกับตัว เพราะเธอเป็นสาวตัวเล็กน่ารัก สไตล์เกาหลี แต่ก็มีความน่ารัก ขี้เล่น เป็นตัวของตัวเอง ทั้งสวยทั้งมีความสามารถ เคยผ่านงานวงการบันเทิงมามากมาย ทั้งเดินแบบ ถ่ายแบบ พิธีกร แถมยังเคยมีดีกรีเป็นถึงดาวมหาวิทยาลัยขอนแก่นด้วย แต่!! อาจจะทำเอาหนุ่มๆ หลายคนอกหัก เพราะจิ๋วจิ๋วเธอมีแฟนแล้ว นั่นก็คือ จอร์จ VRZ0 นั่นเอง จะน่ารักแค่ไหนไปดูรูปของจิ๋วจิ๋ว VRZ0 กันเลยค่ะ

ประวัติจิ๋วจิ๋ว VRZO
ชื่อ นางสาว สิปโปทัย ฉันทะสิริวัฒน์
ชื่อเล่น จิ๋วจิ๋ว
เกิด 23 เมษายน 2531
อายุ 24 ปี 6 เดือน
สีผมจริง : ดำสนิท เส้นใหญ่ และหนา
สีตา : น้ำตาลเข้ม
สูง 160 ซม. หนัก 42.5 kg.
สัญชาติ ไทย เชื้อชาติ เวียตนาม (เพราะปู่ย่าตายายเป็นคนเวียตนาม)
ภูมิลำเนา อุดรธานี
การศึกษา
อนุบาล : อนุบาลอุดรธานี
มัธยม1-6 : โรงเรียนสตรีราชินูทิศ จ.อุดรธานี
ปริญญาตรี คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาออกแบบนิเทศศิลป์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ผลประโยชน์งาน
ดาวม.ขอนแก่นปี2006
20 คนสุดท้าย 1-2call freedom freshy friends2006
ประกวดเสียงเพลงรอสายรองลงมาจากอันดับ2 ของ happy2006
ตัวแทนสีผิว เบอร์ 10 ของการ์นิเย่ปี 2009 ถ่ายรูปลงนิตยสารสุดสัปดาห์ ป้ายโฆณาสถานีรถไฟฟ้า BTS และรูปลงโฆษณาการ์นิเย่
ได้รับคัดเลือกเลือกภาพถ่ายไปโฆษณาผลิตภัณฑ์การ์นิเย่ ที่ประเทศสิงคโปร์
มิส TK โฟโต้แกงค์(จ.ขอนแก่น) ปี 2009
เข้ารอบ20นรชนสุดท้าย ของใช้ แคนนอนยูลีค ปี 2009
ละครทางช่องKTV จังหวัดขอนแก่น ปี2008…
ถ่ายปฎิทินของมหาวิทยาลัยขอนแก่นปี2009
เดินภาพร่างให้กับงานThesis ของนักศึกษาคณะสถาปัตย์ ปี2010
ถ่ายภาพนิ่งของหนังสือรายงายประจำปีสิ่งธนาคารกรุงไทยปี2010
ชนะเลิศการประกวด Red girl 2012 พร้อมกับเป็น Brand Ambassador ของบัตรเครดิตกรุงศรี(แมนยู) (Manchester United Champion Credit Card)
รองชนะเลิศอันดับ2 การประกวดชิงถ้วยรางวัล Thai Hair Model Contest 2012
MV เพลงสาวนักเรียนตำตอ ปี2012
นางแบบAlways22
โฆษณาเกมส์ League of Legends ปี2012 http://www.youtube.com/watch?v=qnldbkWouMU
พิธีกรของLeauge of Legends LOL งานTGX2012 ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์
พิธีกรของLeauge of Legends LOL และHeroes of Newerth งานB.I.G Fest ที่Paragon Hall Siam paragon
โฆษณาไอศครีมวอลล์2012

คลิปน้องแพนเตอร์


พลอย พลอยพรรณ โพสต์คลิปซึ้ง แพนเตอร์พี่ชายร้องไห้โฮปลอบน้องพูม่า



คลิปน้องแพนเตอร์


อีกหนึ่งกำลังใจสำคัญของ พลอย พลอยพรรณ ภรรยา ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล นั่นก็ถือเอาว่าลูกชายตัวน้อยสองคน แพนเตอร์ พร้อมด้วยพูม่า นั่นเอง

พร้อมทั้งความน่ารักไร้เดียงสา ของลูกชาย ที่ชาวเน็ตดูแล้วก็อดสงสารไปด้วยไม่ได้ เมื่อพลอยโพสต์คลิป “เสียงน้องร้องทรมานใจพี่” ที่ลูกชายคนโตคือน้องแพนเตอร์ เห็นน้องชายกำลังร้องไห้งอแงเสียงดัง ก็พยามยามจะเข้าไปปลอบน้อง จับตัวน้อง และสุดท้ายจะอุ้มน้องก็อุ้มไม่ไหว คล้ายกับว่าทำอะไรไม่ถูก ก็เลยร้องไห้เสียงดังไปกับขนิษฐพูม่าด้วย

ภาพความน่ารักของพี่น้องคู่นี้ที่ชาวเน็ตดูไปก็ซึ้งไปตามๆ กัน

แต่งบ้าน สวยดิบด้วยอิฐมอญพร้อมแบบบ้านฟรี

สมมติใครที่กำลังคิดว่าอิฐมอญนั้นต้องนำมาก่อสร้างบ้านกับเรียงกันเป็นรูปเป็นร่างโครงสร้างที่สมบูรณ์พร้อมด้วยก็ฉาบด้วยปูนพร้อมทาสีสวยๆ ก็คงจักเป็นเช่นนั้นต่อจากนั้น แต่!!! ถ้าสมมติว่าคุณได้ลองดูบทความนี้แล้วคุณจะรับสั่งว่า โอ้วๆๆ มันยังมีไอ้บ้าคนไหนที่ทำแบบนี้ได้ด้วยเหรอ?

สงสัยล่ะซิ ไม่ต้องสงสัยครับ เพราะว่าในบทความนี้ เจ้าของบ้านแกได้สร้างไอเดียที่บรรเจิด!! บรรเจิดสุทธิๆนะ ด้วยการนำเอาอิฐมอญมาเป็นส่วนประกอบหลักในการซื้อขายบ้าน หรือว่าสร้างบ้านเลยล่ะ แถมยังไม่ต้องโบกปูนทับด้วยนะ พร้อมด้วยแกก็ไม่ได้ทาสีอะไรเพิ่มเติมเข้าไปด้วย

ถ้าอย่างนั้นลองไปดูกันเลยดีกว่าว่าบ้านหลังนี้มันจะอลังเลิศเลอมากแค่ไหน

ซึ่งถ้าสมมติว่ามองดูภายนอกบ้าน ก็อาจจะดูเหมือนว่าไม่มีอะไรโดดเด่น พร้อมด้วยแตกต่างเลย
แต่ต่างว่าเข้ามาดูภายในตัวบ้านแล้วล่ะก็ คุณจักต้องร้องว้าววขึ้นมาทันที พร้อมด้วยจะต้องแปลกประหลาดใจว่า คนดีๆที่ไหนเข้าจะทำแบบนี้วะครับ

ซึ่งด้วยการนำอิฐมอญที่คาดว่าจำนวนไม่ต่ำกว่าหมื่นก้อนมาบรรจงเรียงกับจัดสรรอย่างปราณีตจึงทำให้บ้านหลังนี้ ออกมาโดดเด่นกับสวยงามอย่างที่ท่านได้เห็นกันไปเลยล่ะ

โซนรับประทานอาหารถือว่าเป็นบรรยากาศที่น่ารับประทานอาหารไปด้วยเป็นแน่แท้ๆ

 

มุมพักผ่อนหย่อนใจก็ไม่พ่ายแพ้กันนะครับ

 

 

 

 

ดูส่วนต่างๆของในบ้านมาพอสมควร ถ้างั้นถึงเวลาแล้วล่ะทีเราจักไปดูแบบการสร้างบ้านกันบ้างดีกว่า

 

 

 

 

 

 

 

 

เป็นยังไงบ้างล่ะครับ ด้วยไอเดียการตกแต่งบ้านโดยใช้อิฐมอญ ขอย้ำว่าสมมุติท่านผู้อ่านใคร่ได้ได้ ไม่ใช่หรือสร้างแบบนี้ คงต้องเตรียมเงินทุนไว้โขสักหน่อย พร้อมด้วยควรที่จะปรึกษากับวิศวะกรด้วยว่า สมมตทำแบบนี้แล้ว มันจักมีผลเสียร้ายแรงอะไรไหม เพราะอิฐมอญสมมติว่าไม่ฉาบด้วยปูนแล้วล่ะก็ การทรุดไม่ใช่หรือพังทลายก็มีโอกาสูงนะครับ

มองหาแบบบ้าน คอนโด คอนโดมิเนียม หรือไม่สนใจตะโกรงซื้อขายบ้าน ก็เชิญได้เลยครับที่ http://www.pruksa.com/คอนโดมิเนียม

ขอบคุณรูปจาก https://www.homeadore.com

ข้อควรรู้ 10 ข้อในการพักในคอนโด

ข้อควรรู้ 10 ข้อในการพักในคอนโด

เชื่อว่าหลายๆ ท่านคงจะมีความคิดที่ว่าการย้ายที่พักอาศัยไปอยู่ที่ “คอนโดมิเนียม” โดยที่เหตุผลหลักๆ ก็อาจจะมองว่า เพราะคอนโดนั้นมีราคาถูกกว่าการซื้อขายบ้านใหม่ โครงการขายบ้าน และ ” ขายบ้าน ” ซึ่งถ้านำมาเปรียบเทียบกันแล้ว การอยู่คอนโดทั้งสะดวกสบาย ใกล้แหล่งชุมชน แหล่งสาธารณูปโภค บริโภค เดินทางง่ายสะดวกรวดเร็ว แต่ว่าถึงแม้ว่าคอนโดจะเป็นสถานที่ที่มีความปลอดภัยสูงมากเพียงใด ก็ย่อมมีจุดที่ไม่ปลอดภัยด้วยเช่นกัน หากคุณไม่ระวังตัวคุณเองด้วยส่วนหนึ่ง ภัยร้ายก็อาจมาถึงตัวได้

ดังนั้น blog เราจึงมีข้อควรรู้ 10 ข้อสำคัญในการอยู่คอนโดมิเนียมที่ท่านควรจำและปฏิบัติ โดยเฉพาะถ้าหากคุณเป็นสุภาพสตรีที่ต้องเช่าอยู่ภายใน ” คอนโด,คอนโดมิเนียม ” เพียงคนเดียว

1. (คอยผู้คนรอบข้าง) การที่ท่านได้ย้ายเข้าพักอาศัยภายในคอนโดมิเนียมเราก็คงต้องพบต้องเจอกับคนแปลกหน้ามากมายตั้งแต่เจ้าหน้าที่ประจำคอนโดมิเนียม ผู้พักอาศัยภายในคอนโดมิเนียม หรือแม้แต่เพื่อนข้างห้องพัก ช่างประจำคอนโดมิเนียม ฯลฯ ดังนั้นท่านจึงควรสังเกตุพฤติกรรม และไม่ควรไว้ใจใครให้มากจนเกินไป

2. (มุมอับของอาคาร) ตามซอกมุมอาคารที่คอนโดใหม่มักจะมีจุดที่เปลี่ยวและลับตาคน เช่น ตามมุมตึก หรือตามซอกหลืบต่างๆ ตามมุมอาคารที่มักไม่ค่อยมีใครเดินผ่าน ซึ่งจุดต่างๆเหล่านี้ ยังใช้เป็นที่กำบังตัวของเหล่าอาชญากรที่มีเจตนาไม่ดี ดังนั้นเวลาเดินผ่านตามมุมอาคารหรือมุมตึกควรสังเกตุและระวังตัวทรัพย์สินมากกว่าปกติ

 

3. (ลิฟต์) ท่านควรจะต้องตรวจสอบการทำงานของลิฟต์ว่ามีระบบเปิด – ปิด การทำงานเป็นปกติหรือไม่ และตอนขึ้นลิฟต์ให้สังเกตดูบุคลิกของคนที่อาจจะขึ้นลิฟต์ไปกับท่านว่าน่าไว้วางใจมากน้อยแค่ไหน ถ้าดูไม่น่าไว้วางใจท่านก็ควรจะปล่อยให้เขาขึ้นลิฟต์ไปก่อน

4. (กล้องวงจรปิด) หากท่านได้ย้ายเข้ามาอยู่ภายในคอนโดใหม่ ก็ควรมองหาหรือสำรวจกล้องวงจรปิดว่าอยู่ตรงไหนของชั้นหรืออาคารที่ท่านอยู่บ้าง เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินจะได้ตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดหรือไปยืนในจุดนั้นได้ถูกต้อง

5. (ลูกบิดประตู) ท่านควรตรวจสอบลูกบิดประตูอย่างสม่ำเสมอ เพื่อการใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ และถ้าเป็นไปได้ก็ควรหา แม่กุญแจสายยูมาคล้องไว้เพื่อเป็นการป้องกันอีกชั้นหนึ่ง

6. (ระเบียงของคอนโด) ปัจจุบันนี้คอนโดมิเนียมที่สร้างขึ้นภายในเมืองมักจะเป็นคอนโดแบบสูง และสำหรับระเบียงคอนโดมิเนียมที่ไม่มีแผงกั้น ลูกกรงที่แข็งแรง ท่านควรจะเพิ่มความปลอดภัยด้วยการติดลูกกรงที่แข็งแรง มีช่องว่างระหว่างลูกกรงไม่กว้าง เพราะว่าบางทีท่านอาจเผลอลื่นล้มและตกลงไปได้ หรือหากคุณมีลูกเล็กๆ ยิ่งต้องเพิ่มระมัดระวังเป็นพิเศษ

7. (เบอร์โทรศัพท์คอนโดหรือเบอร์สำนักงาน) ในกรณีที่เกิดเหตุที่ไม่คาดคิด เช่น หากต้องการความช่วยเหลือด่วน (คนท้อง) และอยู่ห้องคนเดียว ควรจะจำเบอร์สำนักงานด้านล่างคอนโดให้ได้ เมื่อมีเหตุอะไรจะได้ส่งคนมาช่วยทัน

8. (อุปกรณ์ไฟฟ้า) หากท่านเป็นคนนึงที่ขี้หลงขี้ลืม ควรจะโน๊ตเอาไว้ว่า เวลาที่จะออกไปทำธุระข้างนอก หรือไปทำงาน ควรปิดสวิตไฟที่ไม่จำเป็นและอุปกรณ์ที่ไม่ได้ใช้ ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของห้องคุณและตัวอาคารอีกด้วย

9. (จุดจอดรถ) ที่จอดรถในคอนโดมิเนียมก็ไม่แตกต่างจากที่จอดรถตามห้างสรรพสินค้านัก ดังนั้นจึงมีมุมมืด มุมอับ มุมลับตาคนที่เราควรต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ ควรหันมองรอบๆ ตัวให้ละเอียดก่อนขึ้นรถ และเมื่อท่านขึ้นรถไปแล้วล็อคประตูรถทันที เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับตนเองมากยิ่งขึ้น

10. (อาคารคอนโด) ถ้าหากเป็นคอนโดที่มีการสร้างมานาน ก็ย่อมมีการสึกกร่อนเป็นธรรมดา ซึ่งหากมีรอยแตกของปูนที่ตัวอาคารหรือในห้องพัก ควรที่จะรีบแจ้งเจ้าของคอนโดให้ทราบ เพื่อที่จะได้หาทางแก้ไขได้ทัน ก่อนที่จะเกิดปัญหา

ข้อสำคัญ 10 ข้อที่กล่าวมานี้เป็นแค่ข้อควรรู้พื้นฐานเท่านั้นนะครับ ยังมีข้อควรรู้อีกเยอะแยะ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของท่าน

**แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ขอให้ท่านใช้ชีวิตอยู่ในความไม่ประมาทจะเป็นการดีที่สุด

ภาพจาก: istockphoto.com , pinterest.com

เอ พศิน


“เอ พศิน“ เปิดโฉมหน้าแฟนสาว “แตงกวา“ อายุห่าง 22 ปี



นักแสดงหนุ่ม..ภาพลักษณ์เป็นตัวร้าย “เอ พศิน” หลังจากที่สร้างความฮือฮาในวงการบันเทิง กับการประกาศมี “ภรรยา” และกำลังจะได้ “ลูกชาย” มาเชยชมเร็วๆ นี้ จนถูกกล่าวหาว่าปกปิดสถานะความสัมพันธ์ของตัวเอง เจ้าตัวจึงต้องออกมาบอกว่า ไม่เคยปิดบังใดๆ แต่แค่..ไม่ได้เป็นพระเอก สื่อคงจะไม่ได้สนใจเท่าไหร่

ล่าสุด การเริ่มต้นชีวิตครอบครัวแบบเปิดเผยของหนุ่มเอ กำลังไปได้สวย ลุ้นอีกแค่ไม่กี่วัน ก็จะได้อุ้มลูกชายคนแรกที่ตั้งชื่อไว้แล้ว “น้องเลโก้ เจ้าพระยา” งานนี้เจ้าตัวจึงขอเปิดตัวแฟนสาว “แตงกวา” อายุเพียง 19 ปี ซึ่งความแตกต่างเรื่องตัวเลขถึง 22 ปี ไม่ได้เป็นปัญหาใดๆ เพราะตอนนี้ทั้งคู่ก็กลายเป็น สามี-ภรรยา ถูกต้องตามกฎหมายเรียบร้อยแล้ว

วันเข้าพรรษา


วันเข้าพรรษา ประวัติความเป็นมาและข้อมูลของวันเข้าพรรษา



วันเข้าพรรษา พ.ศ 2558 ตรงกับวันที่ 31 กรกฎาคม 2558

รู้จักความเป็นมาและข้อมูลของวันเข้าพรรษา

การเข้าพรรษา เป็นพุทธบัญญัติ ซึ่งพระภิกษุทุกรูปจะต้องปฏิบัติตาม หมายถึง การอธิษฐานอยู่ประจำที่ไม่เที่ยวจาริกไปยังสถานที่ต่างๆ เว้นแต่มีกิจจำยังไม่ตายจริง ๆช่วงจำพรรษาจะอยู่ในช่วงฤดูฝนคือแรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ ถึง ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ของทุกปี ดังนั้น วันเข้าพรรษา หมายถึง วันที่พระภิกษุในพระพุทธศาสนาอธิษฐานอยู่ประจำในวัด ใช่ไหมเสนาสนะที่คุ้มแดดคุ้มฝนได้แห่งหนึ่งไม่ไปค้างแรมในที่อื่น ล้วน ๓ เดือนในฤดูฝน

วันเข้าพรรษา เป็นวันที่พระสงฆ์เริ่มอยู่จำพรรษาตลอด 3 เดือน ในฤดูฝน ตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำเดือน 8 จนถึงกลางเดือน 11 วันเข้าพรรษาที่พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตไว้มีอยู่ 2 วันคือ

– วันเข้าปุริมพรรษา คือวันเข้าพรรษาแรก ตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ไปจนถึงวันเพ็ญกลางเดือน 11
– วันเข้าปัจฉิมพรรษา คือวันเข้าพรรษาหลัง ตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำเดือน 9 ไปจนถึงวันเพ็ญเดือน 12
เมื่อเข้าพรรษาแล้วหากภิกษุมีกิจธุระจำเป็น อันชอบด้วยพระวินัย พระพุทธเจ้าก็ทรงอนุญาตให้ไปได้ โดยมีข้อจำกัดว่าจะต้องกลับมายังสถานที่จำพรรษาเดิมภายใน 7 วัน ที่เรียกว่า สัตตาหกรณียะ ดังต่อไปนี้

1. เมื่อทายกทายิกา ปราถนาจะบำเพ็ญกุศล เมื่อมานิมนต์ก็ให้ไปเพื่อรักษาศรัทธาได้
2. ถ้าสงฆ์ ณ ที่แห่งใดแห่งหนึ่งเกิดอธิกรณ์ขึ้น ก็ให้ไปเพื่อระงับอธิกรณ์ได้
3. ถ้าบิดา มารดา ญาติ พี่น้อง พระอุปัชฌาย์ อาจารย์ เป็นไข้ เมื่อทราบก็ให้ไปได้
4. พระวิหารในที่แห่งอื่นเกิดชำรุดเสียหาย ให้ไปหาสิ่งของเพื่อมาปฏิสังขรพระวิหารนั้นได้
5. เมื่อถูกสัตว์ร้ายรบกวน ถูกโจรปล้น พระวิหารถูกไฟไหม้ หรือถูกน้ำท่วม ก็ให้ไปจากที่นั้นได้
6. เมื่อชาวบ้านถูกโจรปล้น อพยพหนีไป ก็ให้ไปกับพวกชาวบ้านได้โดยให้ไปกับชาวบ้านที่มีความเลื่อมใสศรัทธา สามารถที่จะให้ความอุปถัมภ์ได้
7. เมื่อที่ใดเกิดความขาดแคลน อาหารหรือยารักษาโรค ขาดผู้อุปถัมภ์บำรุง ได้รับความลำบากก็อนุญาตให้ไปจากที่นั้นได้
8. ถ้าหากมีผู้เอาทรัพย์มาล่อ ก็อนุญาตให้ไปจากที่นั้นได้
9. หากภิกษุสงฆ์หรือภิกษุณีสงฆ์แตกกันหรือมีผู้พยายามจะให้แตกกัน ถ้าการไปจากที่นั้นสามารถระงับการแตกกันได้ ก็อนุญาตให้ไปได้

ใน วันเข้าพรรษา ถือว่าเป็นกรณียกิจพิเศษสำหรับพระภิกษุสงฆ์ จะมีการประชุมกันในพระอุโบสถ ไหว้พระสวดมนต์ ขอขมาซึ่งกันและกัน เสร็จแล้วก็ประกอบพิธีเข้าพรรษา ภิกษุจะอธิษฐานใจตนเองว่า ตลอดฤดูกาลเข้าพรรษานี้ตนเองจะไม่ไปไหน ด้วยการเปล่งวาจาว่า

อิมสฺมึ อาวาเส อิมํ เตมาสํ วสฺสํ อุเปมิ หรือ อิมสฺมึ วิหาเร อิมํ เตมาสํ วสฺสํ อุเปมิ แปลว่า ข้าพเจ้าขออยู่จำพรรษาตลอด 3 เดือน ในอาวาสนี้ หรือในวิหารนี้ (ว่า 3 ครั้ง) หลังจากเสร็จพิธีเข้าพรรษาแล้วก็นำดอกไม้ ธูป เทียน ไปนมัสการปูชนียวัตถุที่สำคัญในอาวาสนั้น ในวันต่อมาก็นำดอกไม้ ธูป เทียน ไปขอสมาพระอุปัชฌาย์อาจารย์ พร้อมกับพระเถระที่ตนเคารพนับถือ

ขอบคุณ http://lent.sanook.com/

ความสำคัญของวันเข้าพรรษา

วันเข้าพรรษานี้มีความสำคัญต่อพุทธศาสนิกชนและเป็นวันสำคัญของพระพุทธศาสนาด้วยเหตุผลดังนี้

๑. พระภิกษุจะหยุดจาริกจากยังสถานที่อื่นๆทว่าจะเข้าพักอยู่ประจำในวัดแห่งเดียวตามพุทธบัญญัติ
๒. การที่พระภิกษุอยู่ประจำที่นานๆ ย่อมมีโอกาสได้สงเคราะห์กุลบุตรที่ประสงค์จะอุปสมบทเพื่อศึกษาพระธรรมวินัยและสงเคราะห์พุทธบริษัททั่วไป
๓. หมายความว่าเทศกาลเนื้อที่พระพุทธศาสนิกชนงดเว้นอบายมุขและความชั่วต่าง ๆ เช่น การดื่มสุราสิ่งเสพติด และการเที่ยวเตร่เฮฮา เป็นต้น ๔. นอกจากเป็นเทศกาลที่พุทธศาสนิกชนงดเว้นอบายมุขและความชั่วต่าง ๆ แล้วแห่งช่วงเวลาพรรษา พุทธศาสนิกชนทั่วไปจะบำเพ็ญทาน รักษาศีลฟังธรรม และเจริญภาวนามากขึ้น

พิธีทางศาสนา

การบำเพ็ญกุศลเนื่องในเทศกาลเข้าพรรษานี้ยังมีประเพณีสำคัญอยู่ ๒ ประเพณี ควรนำมากล่าวไว้ ณ ที่นี้ ดังนี้

๑. ประเพณีแห่เทียนพรรษา

ประเพณีนี้คงเกิดขึ้นจากความจำเป็นที่ว่าสมัยก่อนยังไม่มีไฟฟ้าใช้กันดังปัจจุบัน เมื่อพระสงฆ์จำพรรษารวมกันมาก ๆก็จำต้องปฏิบัติกิจวัตรเช่น การทำวัตรสวดมนต์เช้ามืดและตอนพลบค่ำ การศึกษาพระปริยัติธรรมกิจกรรมเหล่านี้ล้วนต้องการแสงสว่างโดยเฉพาะ แสงสว่างจากเทียนที่พระสงฆ์จุดบูชาพระรัตนตรัยและเพื่อต้องการใช้แสงสว่างโดยตรงด้วยเหตุนี้พุทธศาสนิกชนจึงนิยมหล่อเทียนต้นใหญ่ กะว่าจะจุดได้ตลอดเวลา ๓ เดือนไปถวายพระภิกษุในวัดใกล้ ๆบ้านเป็นพุทธบูชา เทียนดังกล่าวเรียกว่า เทียนจำนำพรรษา
ก่อนจะนำเทียนไปถวายนี้ ชาวบ้านมักจัดเป็นขบวนแห่แหนกันไปอย่างเอิกเกริกสนุกสนานเรียกว่าประเพณีแห่เทียนจำนำพรรษาดังขอสรุปเนื้อหาจากหนังสือนางนพมาศ ดังนี้

เมื่อถึงวันขึ้น ๑๔ ค่ำ ทั้งทหารบกและทหารเรือก็จัดขบวนแห่เทียนจำนำพรรษา ทั้งใส่คานหาบไปและลงเรือประดิษฐานอยู่ในบุษบกทองคำประดับธงทิว ตีกลอง เป่าแตรสังข์ แห่ไป ครั้นถึงพระอารามแล้วก็ยกต้นเทียนนั้นเข้าไปถวายในพระอุโบสถหอพระธรรม และพระวิหารจุดตามให้สว่างไสวในที่นั้นๆ ตลอด ๓ เดือน ดังนี้ทุกพระอาราม

ในวัดราษฎร์ทั้งหลาย ก็มีพิธีทำนองนี้ทั่วพระราชอาณาจักร ปัจจุบัน ประเพณีแห่เทียนจำนำพรรษานี้ยังถือปฏิบัติกันอยู่ทั่วไป บางจังหวัด เช่น อุบลราชธานี ถือให้เป็นประเพณีเด่นประจำจังหวัดตนได้จัดประดับตกแต่งต้นเทียนใหญ่ๆ มีการประกวดแข่งขันแล้วแห่แหน ไปถวายตามวัดต่าง ๆ

๒. ประเพณีถวายผ้าอาบน้ำฝน

การถวายผ้าอาบน้ำฝนนี้ เกิดขึ้นแต่สมัยพุทธกาล คือ มหาอุบาสิกา ชื่อว่า วิสาขาได้ทูลของพระบรมพุทธานุญาตให้พระสงฆ์ ได้มีผ้าอาบน้ำสำหรับผลัดเปลี่ยนเวลาสรงน้ำฝนระหว่างฤดูฝน นางวิสาขาจึงเป็นสตรีคนแรกที่ได้ถวายผ้าอาบน้ำฝนแด่พระสงฆ์

ด้วยเหตุนี้ เมื่อถึงวันเข้าพรรษา พุทธศาสนิกชน ตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยราชธานี จึงนิยมนำผ้าอาบน้ำฝนไปถวายผ้าอาบน้ำฝนถวายพระสงฆ์ผู้จะอยู่พรรษา พร้อมกับอาหารและเครื่องใช้ที่จำเป็นต่าง ๆ

แม้ในปัจจุบัน พุทธศาสนิกชนไทยก็คงยังปฏิบัติกิจกรรม อย่างนี้อยู่บางวัดมีการแจกฎีกานัดเวลา ประกอบพิธีถวายผ้าอาบน้ำฝน (วัสสิกสาฎก) หรือ ผ้าจำนำพรรษาและเครื่องใช้อื่นๆ ณ ศาลาบำเพ็ญกุศลของวัดใกล้บ้าน

อานิสงส์แห่งการจำพรรษา

เมื่อพระภิกษุอยู่จำพรรษาครบ ๓ เดือนได้ปวารณาแล้ว ย่อมจะได้รับอานิสงส์แห่งการจำพรรษา ๕ อย่าง ตลอด ๑ เดือนนับแต่วันออกพรรษาเป็นต้นไป คือ

๑. เที่ยวจาริกไปโดยไม่ต้องบอกลา ตามสิกขาบทที่ ๖ แห่งอเจลกวรรค ปาจิตตีย์กัณฑ์
๒. เที่ยวจาริกไปโดยไม่ต้องถือไตรจีวรไปครบสำรับ
๓. ฉันคณะโภชน์และปรัมปรโภชน์ได้
๔. เก็บอติเรกจีวรได้ตามปรารถนา
๕. จีวรอันเกิดขึ้นในที่นั้นเป็นของพวกเธอ

และยังได้โอกาสเพื่อที่จะกราลกฐิน และได้รับอานิสงส์พรรษาทั้ง ๕ ขึ้นนั้นเพิ่มออกไปอีก ๔ เดือน ในฤดูหนาว คือตั้งแต่แรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๒ ไปจนถึงขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๔ อีกด้วย งานเสริมทำออนไลด์ผ่าน net 100% 5 หมื่น บ/ด ขั้นต่ำ ขอย้ำว่าขั้นต่ำ

ประวัติวันเข้าพรรษา และความเป็นมาของวันเข้าพรรษา

๑. ส่วนที่เกี่ยวกับพระพุทธเจ้า

เมื่อครั้งที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประทับอยู่ ณ วัด เวฬุวัน เมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ มีเหตุการณ์เกิดขึ้นคือ พวกชาวบ้าน กลุ่มหนึ่งพากันกล่าวตำหนิพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนาว่า ช่างไม่รู้จักกาลเวลาเสียเลยพากันจาริกไปเรื่อยๆ ไม่หยุดยั้งแม้ในระหว่างฤดูฝนบางครั้งก็ไปเหยียบข้าวกล้าของชาวนาเสียหาย ขณะที่พวกนิครนถ์ นักบวชในศาสนาอื่นและฝูงนกยังหยุดพักผ่อนไม่ท่องเที่ยงไปในฤดูฝนเช่นนี้ เรื่องนี้ทราบถึงพระพุทธเจ้าในกาลต่อมา พระองค์จึงทรงรับสั่งให้พระสงฆ์ประชุมพร้อมกันตรัสถามจนได้ความเป็นจริงแล้วจึงทรงบัญญัติเรื่องการเข้าพรรษาไว้ว่า

อนุชานามิ ภิกขะเว อุปะคันตุง แปลว่า “ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้พวกเธออยู่จำพรรษา”

พระสงฆ์ที่เข้าจำนำพรรษาแล้วจะไปค้างแรมที่อื่นไม่ได้ แต่หากมีกรณีจำเป็น 4 ประการต่อไปนี้ ภิกษุผู้อยู่พรรษาสามารถไปค้างที่อื่นได้ โดยไม่ถือว่าเป็นการขาดพรรษา แต่ต้องกลับมาภายในระยะเวลา 7 วัน คือ
1. ไปรักษาพยาบาลภิกษุ หรือบิดามารดาที่เจ็บป่วย
2. ไประงับไม่ให้ภิกษุสึก
3. ไปเพื่อธุระของสงฆ์
4. ทายกนิมนต์ไปฉลองศรัทธาในการบำเพ็ญกุศลของเขา

วันเข้าพรรษานี้โดยทั่วไปกำหนดในวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ เรียกว่า วันเข้าพรรษา (ปุริมพรรษา) ถ้าปีใดเป็นปีอธิกมาส มีเดือน ๘ สองหน ก็เลื่อนไปเข้าพรรษา ในวันแรม๑ ค่ำ เดือน ๘ หลัง ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นไม่สามารถเข้าพรรษาได้ก็เลื่อนเข้าพรรษา ในแรม ๑ ค่ำเดือน ๙ ก็ได้ ไปสิ้นสุดเอาวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน๑๒ เรียกว่า วันเข้าพรรษาหลัง (ปัจฉิมพรรษา)

๒. การถือปฏิบัติวันเข้าพรรษาในประเทศไทย

สมัยก่อนประชาชนส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรรม จะเริ่มทำไร่ทำนาปักดำข้าวกล้าก่อนพรรษากาลพอ พระสงฆ์เข้าพรรษาก็จะเสร็จงานในไร่นา ย่อมมีเวลาว่างมาก ประกอบกับการคมนาคมไปมาระหว่างสถานที่ต่าง ๆ ก็ไม่ค่อยสะดวก เนื่องจากฝนตกชุกและน้ำขึ้นเจิ่งนอง เต็มแม่น้ำลำคลองทั่วไปชาวบ้านจึงถือโอกาสเข้าวัดถวายทาน รักษาศีล ฟังธรรมและเจริญภาวนาเพิ่มพูนบุญกุศลกันมากขึ้น

ดังนั้นเมื่อถึงวันเข้าพรรษา พุทธศาสนิกชนก็จะพากันหาอาหารทั้งคาวหวาน ผลไม้ และเครื่องอุปโภคที่จำเป็นแก่สมณะนำไปถวายพระภิกษุสงฆ์ใกล้บ้านตน พระภิกษุสงฆ์แนะนำสั่งสอนให้เกิด ศรัทธาในการปฏิบัติ ตามหลักทานศีลและภาวนา และความไม่ประมาทในการประกอบคุณความดีอื่น ๆ

ตามประวัติศาสตร์ พุทธศาสนิกชนชาวไทย ได้เริ่มบำเพ็ญกุศลเนื่องในเทศกาลเข้าพรรษานี้ ตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี ดังข้อความในศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงมหาราชว่า

“พ่อขุนรามคำแหงเจ้าเมืองสุโขทัยนี้ทั้งชาวแม่ชาวเจ้า ทั้งท่วยปั่วท่วยนาง ลูกเจ้าลูกขันทั้งสิ้นทั้งหลายทั้งหญิงทั้งชายฝูงท่วยมีศรัทธาในพุทธศาสน์ มักทรงศีล เมื่อพรรษาทุกคน”

นอกจากการรักษาศีลแล้ว พุทธศาสนิกชนไทย ในสมัยสุโขทัยนั้นยังได้บำเพ็ญกุศลอื่น ๆดังรายละเอียดปรากฎอยู่ในหนังสือ นางนพมาศ พอสรุปได้ดังนี้

เมื่อถึงเดือน ๘ ก็มีพระราชพิธีอาษาฒมาส พระภิกษุสงฆ์ทุกรูป จะได้เข้าจำพรรษา ในพระอารามต่าง ๆ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีรับสั่งให้จัดแจงเสนาสนะถวาย พร้อมทั้งบริขารอันควรแก่สมณะบริโภค เช่น เตียงตั่ง เสื่อสาด ผ้าจำนำพรรษา อาหารหวานคาวยารักษาโรค และธูปเทียนจำนำพรรษา เพื่อบูชาพระรัตนตรัยในพระอารามหลวงทั่วราชอาณาจักร แม้ชาวเมืองสุโขทัย ก็บำเพ็ญกุศลเช่นนี้ในวัดประจำตระกูลของตน

ประเพณีตักรบาตรดอกไม้ในวันเข้าพรรษา

การตักบาตรดอกไม้ เดิมทีเดียวได้มีเรื่องเช่นในสมัยพุทธกาลของนายสุมนมาลาการที่ได้ถวายดอกมะลิ แด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เรื่องราวมีอยู่ว่า ในกรุงราชคฤห์มีช่างจัดดอกไม้คนหนึ่ง ชื่อ “สุมนะ” ทุกๆ เช้า เขาจะนำดอกมะลิ 8 ทะนาน ไปถวายพระเจ้าพิมพิสาร และจะได้ทรัพย์มาเป็นค่าดอกไม้วันละ 8 กหาปณะเป็นประจำ วันหนึ่ง ขณะที่เขาถือดอกไม้จะนำไปถวายพระราชา พระบรมศาสดาเสด็จมาบิณฑบาต พร้อมด้วยหมู่ภิกษุสงฆ์จำนวนมาก พระพุทธองค์ทรงเปล่งฉัพพรรณรังสีออกจากพระวรกาย นายสุมนะเห็นแล้วเกิดความเลื่อมใสศรัทธามาก อยากจะถวายดอกมะลิทั้ง 8 ทะนาน ที่ถืออยู่ในมือ เพื่อเป็นพุทธบูชา เขาคิดว่า “ถ้าหากพระราชาไม่ได้รับดอกไม้เหล่านี้ในวันนี้ เราอาจจะถูกประหาร หรือถูกเนรเทศออกจากแว่นแคว้นก็ได้ แต่ก็ช่างเถอะ เพราะถึงพระราชาจะทรงอนุเคราะห์เรา ด้วยการพระราชทานทรัพย์เป็นค่าดอกไม้ ก็คงพอเลี้ยงชีวิตได้แค่ในภพชาตินี้เท่านั้น แต่การบูชาพระบรมศาสดาด้วยดอกไม้เหล่านี้ จะทำให้เราได้รับความสุขทั้งในโลกนี้และโลกหน้า”

เขาคิดอย่างนี้แล้วก็ตัดสินใจสละชีวิต โปรยดอกไม้ทั้ง 8 ทะนาน บูชาพระบรมศาสดาทันที ทันใดนั้น สิ่งอัศจรรย์ก็บังเกิดขึ้น คือ ดอกมะลิทั้ง 8 ทะนาน ไม่ได้ตกถึงพื้นดินเลย ดอกมะลิ 2 ทะนาน ได้กลายเป็นเพดานดอกไม้ แผ่อยู่เหนือพระเศียรของพระบรมศาสดา อีก 2 ทะนาน แผ่เป็นกำแพงดอกไม้ลอยอยู่ข้างขวา และ 2 ทะนานอยู่ข้างซ้าย ส่วนอีก 2 ทะนาน อยู่ข้างหลัง กำแพงดอกไม้ทั้งหมดนี้ ลอยไปพร้อมกับพระบรมศาสดา เมื่อพระพุทธองค์ทรงพระดำเนิน กำแพงดอกมะลิทั้งหมดก็ลอยตามไป เมื่อประทับยืน กำแพงดอกมะลิก็หยุดอยู่กับที่เหมือนกัน

นายสุมนะเห็นดังนั้น เกิดความปีติปราโมทย์เป็นอย่างยิ่ง แต่เมื่อพระเจ้าพิมพิสารทรงทราบเรื่อง แทนที่จะลงโทษกลับชื่นชมและปูนบำเหน็บรางวัลทำให้นายมาลาการมีชีวิตที่สุขสบายขึ้น เพราะเหตุนี้ ได้มีประเพณีตักบาตรเข้าพรรษาของไทยที่ได้สืบทอดมานาน และเป็นเอกลักษณ์อย่างยิ่งที่อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี โดยมีการใช้ดอกไม้ชนิดหนึ่งในการใส่บาตรเรียกว่า