Category Archives: Uncategorized

กราบพระ 9 วัด จุนวาสนา พร้อมรับโชคชะตาลาภ

ใครที่กำลังมองหาวิธีทำบุญทำกุศลสนุกๆ ที่ได้ทั้งเที่ยวร่อน ทั้งอิ่มบุญกันอย่างเต็มที่ คงหนีไม่พ้นวิธี “ไหว้พระ 9 วัด” ตามหลักการของคนไทยที่ว่า ไหว้พระ 9 วัดภายใน 1 วัน จะโปรดส่งเสริมบุญบารมี มอบโชคลาภ ด้วยกันสิ่งดีๆ แก่ชีวันมากมาย ถ้าหากกับแล้ว ตาม Sanook! Horoscope ไปไหว้พระ 9 วัดกันเลยค่ะ


1. ศาลหลักเมือง กรุงเทพมหานคร

เวลาเปิด-ปิด : 05.30 – 19.30 น.

สักการะ : “เทพารักษ์ทั้ง 5” คือ พระเสื้อเมือง, พระทรงเมือง, พระกาฬไชยศรี, เจ้าพ่อเจตคุปต์, เจ้าพ่อหอกลอง เพื่อตัดโชคชะตา ต่อชะตา ต่อเติมวาสนาบารมี

วิธีไหว้ : ไหว้เสาหลักเมืององค์จำลอง ด้วยธูป 3 ดอก เทียน 1 เล่ม ผ้าแพร 3 สี ดอกบัว และไหว้องค์จริงด้วยพวงมาลัย

สถานที่ตั้ง : อยู่บริเวณหัวมุมสวนหลวง ข้างพระบรมมหาราชวัง ถนนหลักเมือง แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร

การเดินทาง : เคลื่อนเพราะรถยนต์โดยสารประจำทาง สาย 1, 3, 9, 15, 25, 30, 32, 33, 39, 43, 44, 47, 53, 64, 80, 82, 91,201, 203

รถปรับอากาศ สาย 503,508, 512


2. วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือ วัดพระแก้ว

เวลาเปิด-ปิด : 08.30 – 16.00 น.

บวงสรวง : พระแก้วมรกต พระพุทธรูปสำคัญในภูมิภาคเอเชีย เป็นศูนย์กลางความศรัทธาไทย – ลาว เพื่อความเป็นขวัญ

วิธีไหว้ : ไหว้พระแก้วมรกต แก้วแหวน เงินทองไหลมาเทมาตลอดปี ด้วยธูป เทียน ดอกบัวคู่

สถานที่ตั้ง : อยู่ในพระบรมมหาราชวัง ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร

การเดินทาง : เที่ยวไปโดยรถเมล์ สาย 1, 3, 9, 15, 25, 30, 32, 33, 39, 43, 44, 53, 59, 64, 80, 82,91,201, 203

รถปรับอากาศ สาย 501, 503, 508, 512


3. วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือวัดโพธิ์

เวลาเปิด-ปิด : 08.00 – 16.00 น.

ไหว้ : สักการะพระพุทธไสยาสน์อันศักดิ์สิทธิ์ (ที่ฝ่าพระบาททั้งสองข้างประดับมุก ลวดลายภาพมงคล 108 ประการ) เพื่อความเป็นมิ่ง

วิธีไหว้ : “ไหว้พระนอนวัดโพธิ์ ร่มเย็น อยู่ดีกินดีตลอดปี” ด้วยธูป 9 ดอก เทียนแดงคู่ ทองคำเปลว 11 แผ่น ชักชวนให้ไปไหว้ขอพระ”พระพุทธเทวปฏิมากร” เสริมดวงให้ชีวิตสดใส สมใจนึกทุกประการ

สถานที่ตั้ง : หลังพระบรมมหาราชวัง ถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร

การเดินทาง : เดินทางโดยรถโดยสาร สาย 1, 3, 6, 9, 12, 25, 43, 44, 47, 53, 60, 82, 91, 123

รถปรับอากาศ สาย 501, 508


4. ศาลเจ้าพ่อเสือ

เวลาเปิด-ปิด : 08.00 – 16.00 น.

ไหว้พระ : เจ้าพ่อเสือ เจ้าพ่อกวนอู เจ้าแม่ทับทิม ฯลฯ เพื่อเสริม “อำนาจบารมี”

วิธีไหว้ : ไหว้ด้วยธูป 18 ดอก ปัก 6 กระถาง เทียนแดง 1 คู่ พวงมาลัย 1 พวง “ศาลเจ้าเก่าแก่ของลัทธิเต๋า” หนึ่งในสามมหาสถานของพระนครที่ชาวจีนต้องสักการะบูชา เพื่อความเป็นมิ่ง “เสริมอำนาจบารมี”

สถานที่ตั้ง : ถนนตะนาว แขวงเจ้าพ่อเสือ เขตพระนคร

การเดินทาง : แรมรอนโดยรถเมล์ สาย 10, 12, 19, 35, 42, 56, 96


5. วัดสุทัศน์เทพวราราม

เวลาเปิด-ปิด : 08.00 – 16.00 น.

เคารพบูชา : พระองค์ประธาน (พระศรีศากยมุณี) ที่เก่าแก่ ซึ่งอดีตเคยประดิษฐานอยู่ที่วิหารหลวงวัดมหาธาตุของกรุงสุโขทัย เพื่อความเป็นมงคล

วิธีไหว้ : “ไหว้พระวัดสุทัศนฯ มีวิสัยทัศน์กว้างไกล มีเสน่ห์แก่บุคคลทั่วไป” ด้วยธูป 3 ดอก เทียน 2 เล่ม ดอกบัวหรือพวงมาลัย

สถานที่ตั้ง : บริเวณเสาชิงช้า ตรงข้ามศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร

การท่องเที่ยว : ตะเวนโดยรถประจำทาง สาย 10, 12


6. วัดชนะสงคราม

เวลาเปิด-ปิด : 08.00 – 16.00 น.

ไหว้พระ : “พระประธาน” ในพระอุโบสถ และ “สมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท (บุญมา)” ผู้นับถือความซื่อสัตย์

วิธีไหว้ : ไหว้ด้วย ธูป 5 ดอก เทียน 1 เล่ม ดอกบัว 1 ดอก มีความเชื่อว่า “จะมีความมีชัยต่อสิ่งขัดขวางทั้งปวง ไหว้พระวัดชนะสงคราม สิ่งขัดขวางร้ายผิดหวัง”

สถานที่ตั้ง : ถนนจักรพงษ์ แขวงบางลำพู เขตพระนคร

การเดินทาง : ดำเนินโดยรถยนต์โดยสารประจำทาง สาย 3, 6, 9, 15, 30, 32, 33, 43, 53, 64, 65, 82, 123

รถปรับอากาศ สาย ปอ. 6, 509


7. วัดระฆังโฆสิตาราม

เวลาเปิด-ปิด : 08.00 – 16.00 น.

สักการะบูชา : สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) กับพระประธานที่วัดระฆัง อ่านคาถาชินบัญชร เพื่อความเป็นมงคล

วิธีไหว้ : “ไหว้พระวัดระฆัง มีชื่อเสียงโด่งดังตลอดปี” ด้วยธูป 3 ดอก เทียนคู่ ทองคำเปลว 3 แผ่น หมากพลู

สถานที่ตั้ง : ถนนอรุณอัมรินทร์ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย

ทัวร์ : แรมรอนโดยรถโดยสาร สาย 19, 57, 83 ท่าเทียบเรือ เรือด่วนเจ้าพระยา ลงท่ารถไฟหรือท่าวังหลังก็ได้ หรือลงเรือข้ามฟากจากท่าช้างไปท่าวัดระฆัง


8. วัดอรุณราชวราราม หรือ วัดแจ้ง

เวลาเปิด-ปิด : 08.00 – 16.00 น.

ไหว้พระ : พระปรางค์วัดอรุณฯ เพื่อความเป็นสิริมงคล

วิธีไหว้ : “ไหว้พระวัดอรุณ ชีวิตโรจน์รุ่ง ทุกวันคืน” ต้องไปสักการะ”พระประธาน” ด้วยธูป 3 ดอก เทียนคู่ พร้อมกับต้องไปเดินทักษิณาวัตรรอบ “พระปรางค์” อีก 3 รอบ เพื่อ”ชีวิตรุ่งโรจน์”

สถานที่ตั้ง : ข้างกองทัพเรือ ถนนอรุณอัมรินทร์ เขตบางกอกใหญ่

การท่องเที่ยว : ตระเวนโดยรถยนต์โดยสารประจำทางสาย 19, 57, 83 ทางเรือ ลงเรือข้ามฟากที่ท่าเตียนขึ้นที่ท่าวัดอรุณ


9. วัดกัลยาณมิตร หรือวัดซำปอกง

เวลาเปิด-ปิด : 08.00 – 16.00 น.

นมัสการ : ไหว้หลวงพ่อซำปอกง (พระพุทธไตรรัตนนายก) พระโตริมน้ำตามเรื่องเล่า กรุงศรีอยุธยา ณ วัดกัลยาณมิตร เพื่อความเป็นสิริมงคล

วิธีไหว้ : “ไหว้หลวงพ่อซำปอกง โชคดีมีชัยปลอดภัยตลอดปี” ด้วยธูป 3 ดอก เทียนแดงคู่

สถานที่ตั้ง : แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี

การเดินทาง : โดยรถโดยสารประจำทาง สาย 3, 4, 7, 7ก, 9, 21, 37, 56, 82 รถปรับอากาศ สาย ปอ. 7, 21, 82 (นั่งรถจักรยานยนต์รับจ้างจากโรงเรียนศึกษานารี เข้ามาที่วัดเพราะรถ ประจำทางเข้าไม่ถึง)

ทางเรือ ลงเรือข้ามฟากที่ท่าปากคลองตลาดขึ้นท่าวัดกัลยาณมิตร เนื่องด้วยความหวานคอแร้งควรเดินทางด้วยรถเมล์ หรือไม่บริการขนส่งสาธารณะ เนื่องด้วยสถานที่จอดรถมีจำกัดมาก

การไหว้พระ 9 วัด นอกจากเป็นแบบทดสอบของกำลังศรัทธาในพระพุทธศาสนิกชนแล้ว หากมองอีกแง่หนึ่ง การทำบุญในหลายๆ สถานที่ ยังถือเป็นโอกาสอันดีที่เราจะได้แบ่งทรัพย์ แบ่งความศรัทธาต่อวัดในแต่ละแห่ง ไม่กระจุกทำบุญอยู่แต่ที่เดิมๆ และหากทำบุญด้วยใจที่เป็นกุศล ไม่ว่าจะทำน้อยทำมาก ก็ได้ผลบุญก้อนโตกลับบ้านกันถ้วนทุกคนแน่นอนค่ะ

ติดตาม ทำนายฝัน กราฟชีวิต ไพ่ยิปซี ดูดวงเนื้อคู่ หรืออื่นๆ ได้ที่: http://horoscope.sanook.com/

ประชุมคาถาโชคลาภ เรียกสตางค์ ธัญ จากเกจิอาจารย์มีชื่อ

หลังจากล่วงเลยช่วงงานเทศกาลกินเจไปแล้วทุกท่านต่างได้บุญ ได้อนามัยที่ดีกันถ้วนหน้า อีกเรื่องที่ขาดไม่ได้ก็มาคือเรื่องของโชคลาภ เงินทองไหลมาเทมาดังนั้นทาง Sanook! Horoscope เลยคอมไพล์สูงสุดแห่งคำเสกคือ 3 คาถาโชคลาภจากเกจิอาจารย์ชื่อดัง สำหรับนำมาสาธยายมนต์ เสริมสร้างสมาธิ หัวคิด เสริมบุญบารมีให้แก่ชีวิตกันนะคะ


คาถาที่ 1 คาถาเงินล้าน ของ หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

(ตั้ง นะโม 3 จบ )

นาสังสิโม

พรหมา จะ มหาเทวา สัพเพยักขา ปะรายันติ (คาถาปัดอุปสรรค)

พรหมา จะ มหาเทวา อภิลาภา ภะวันตุ เม (คาถาเงินแสน )

มหาปุญโญ มหาลาโภ ภะวันต ุเม (คาถาลาภไม่ขาดสาย)

มิเตภาหุหะติ (คาถาเงินล้าน)

พุทธะมะอะอุ นะโมพุทธายะ วิระทะโย วิระโคนายัง วิระหิงสา

วิระทาสี วิระทาสา วิระอิทถิโย พุทธัสสะ มานีมามะ พุทธัสสะ สวาโหม (คาถาพระปัจเจกพุทธเจ้า)

สัมปะติจฉามิ (คาถาเร่งลาภให้ได้เร็วขึ้น)

เพ็ง ๆ พา ๆ หา ๆ ฤา ๆ

( บูชา 9 จบ ตัวคาถาต้องว่าทั้งหมด)

——————–


คาถาที่ 2 คาถาเรียกเงิน เสิรมทรัพย์ (หลวงพ่อปาน )

(ตั้งนะโม 3 จบ)

พุทธะ มะอะอุ นะโมพุทธายะ (ว่า ๑ จบ)

วิระทะโย วิระโคนายัง วิระหิงสา วิระทาสี วิระทาสา

วิระอิตถิโย พุทธัสสะ มาณีมามะ พุทธัสสะ สะวาโหมฯ

ใช้สวดภาวนาเวลาตื่นนอน ๓ จบ หรือเวลาใส่บาตร ๑ จบ ก่อนนอน ๓ จบหรือเวลาค้าขายจะทําให้มีโภคทรัพย์มากมาย เรียกเงิน เรียกทอง โชคลาภ ค้าขายร่ำรวย

——————–



คาถาที่ 3 คาถามหาลาภ (หลวงพ่อรวย ปาสาทิโก)

(ตั้งนะโม 3 จบ)

สัมพุทธชิตา จะสัจจานิ

เกรัตน์สะ พระพุทธชิตา

สัพพะโส คุณะวิภา

สัมปัจโต นะรุตตะโม

มหาลาภัง สัพพะสิทธิ

ภะวันตุเม

——————–

สวดคาถา สวดมนต์กันไปแล้ว ก็อย่าลืมประกอบกรรมดี อุดหนุนแบ่งปันให้แก่ผู้ยากไร้ ด้อยโอกาสอันควร กับที่สำคัญ คือ แข็งขันทำมาหากิน สัตย์ซื่อต่องานและลูกค้าของตัวเองกันด้วยนะคะ ขอให้พระบริหารทุกคนค่ะ

ติดตาม ทำนายฝัน กราฟชีวิต เซียมซี ดูดวงเนื้อคู่ หรืออื่นๆ ได้ที่: http://horoscope.sanook.com/

แบบแก้ปีชง 2559 ของผู้ที่ชาตะปีขาล วอก มะเส็ง กุน

ปีชงทีไร คนที่ถือกำเนิดปีนั้นก็เกรงกลัวจนต้องตะลีตะลานไปหาที่ตั้งน่าศรัทธา สำหรับไปไหว้บูชา กับทำพิธีการแก้ปีชงกันด่วนๆ ก็เพราะว่าเคราะห์ซ้ำกรรมซัดในช่วงปีชงนั้นไม่ใช่เรื่องเล่นๆ กับไม่มีใครปรารถนาเสี่ยงที่จะพบเจอกับสิ่งร้ายๆ ปี 2559 นี้ ผู้ที่อยู่ในปีชง ได้แก่ ปีขาล นอกจากนี้ยังมีปีชงเข้าร่วม ได้แก่ ปีวอก มะเส็ง พร้อมด้วยกุน (ดูรายละเอียดปีชง 2559 ที่นี่) ใครที่เกิดปีดังกล่าว หรือมีญาติโกโหติกาสนิทมิตรเกิดในปีดังกล่าว ก็อย่าเลือนแชร์บทความนี้ไปให้เขาเหล่านั้นได้อ่านกันด้วย เนื่องด้วยเตรียมทำบุญทำทาน สร้างกุศลผลบุญ ทำจิตใจให้ผ่องใส และมาปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย เพื่อให้ทะลุพ้นปีชงไปอย่างปลอดภัยด้วยกัน



ระยะเวลาที่เหมาะสมในการทำพิธีแก้ปีชง

เท่าที่ไรก็ตามที่ท่านพร้อมในปี 2559 ยิ่งเร็วยิ่งดี หรือว่าสมมตให้ได้ฤกษ์งามยามดี จะเป็นช่วงใกล้ๆ หรือไม่ก็พ้นตรุษจีน ปี 2559 ก็ย่อมได้

วิธีแก้ปีชง เกี่ยวกับผู้ที่ปรากฏปี ขาล วอก มะเส็ง กับกุน

1. เคารพบูชาวัดวาจีนทั่วไป สำหรับพนมเทวดาไท้ส่วย ที่คนจีนไว้ใจว่าท่านจะช่วยขจัดปัดเป่าเวรต่างๆ ให้ทุกอย่างหย่อนอารมณ์ลงได้ โดยท่านสักการะที่อาวาสจีนทั่วไป หรือว่าจักไปที่พระอารามมังกรกมลาวาส (วัดเล่งเน่ยยี่) วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ (วัดเล่งเน่ยยี่ 2) ไม่ใช่หรือศาลเจ้าเจ้าพ่อเสือ ที่คนนิยมก็ได้

2. ทำบุญทำกุศลกับสัตว์ทั้งหลาย เช่น วางธุระนก ปลดปลา ไถ่ชีวิตโคกระบือ บริจาคโลหิต ละวางเงินเพื่อช่วยเหเอิกเกริกคนที่เดือดร้อน หรือแม้กระทั่งสละเงินให้มูลนิธิคนพิการ เด็กตุหรัดตุเหร่ ใช่ไหมสัตว์จรจัด

3. ทำดีกับผู้ที่สิ้นลมไปแล้ว อาจจะเป็นทำบุญโลงศพที่วัดหัวลำโพง บริจาคเงินเพื่อสมทบทุนการฌาปนกิจศพให้กับศพไร้ญาติ บริจาคเครื่องสำอางเก่าเพราะว่าแต่งหน้าศพ ทำงานไม่ก็สนับสนุนมูลนิธิที่ช่วยเหร่ำลือจัดการกับผู้บาดเจ็บ เสียชีวิต เช่นปอเต๊กตึ้ง ร่วมกตัญญู

4. ละทิ้งเงินให้แก่คลินิกที่ขาดตลาดกำลังทรัพย์ เช่น โรงพยาบาลสงฆ์ โรงหมอเด็ก เหรอสุขศาลาตามต่างจังหวัด เพื่อช่วยต่อชีวิตให้กับผู้ป่วย


5. สมมติกองทุนมีไม่มาก ธรรมการย์ต่างๆ ด้วยแรง ด้วยกำลังกายก็ได้ เช่น ช่วยเหละบือโรงทาน เป็นอาสาสมัครค่ายอาสาต่างๆ

6. ถือศีล 5 หรือศีล 8 ทำจิตใจให้สงบสุข ทำดี คิดดีเข้าไว้ ตั้งสติก่อนพูด ก่อนทำ ไม่เกี่ยวข้องเหรอนำพาซึ่งความเดือดร้อน ใช่ไหมการทะเลาะเบาะแว้งกับคนอื่น

7. ตีแผ่แพร่หลักธรรมตำราของพระพุทธเจ้า หรือไม่ก็ข้อคิด แง่คิดดีๆ ในการมีชีวิตให้แก่บุคคลอื่นๆ เช่น จัดพิมพ์พระราชสาส์นธรรมมะเพื่อนำไปละวางให้แก่ห้องสมุดของวิทยาคาร

8. ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามพระอาราม ใช่ไหมสถานที่ต่างๆ ด้วยความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตอยู่เรื่อยๆ

เห็นแล้วใช่ไหมคะว่า อันที่ยิ่งแล้ว การแก้ปีชงก็ไม่จำเป็นต้องไปทำพิธีอะไรมากมายที่พระอารามชื่อดังเสมอไป เหรอมองในอีกมุมหนึ่ง การไปนับถือเคารพบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ถึงที่วัดที่มีชื่อเสียง แม้กระนั้นกลับมาจากวัดแล้วไม่ได้ถือศีล คิดดี ทำดี หรือไม่ก็ทำจิตใจให้บริสุทธิ์เลย การแก้ปีชงก็อาจไม่ได้ผลอย่างเต็มที่ก็ได้ ได้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นที่พึ่งทางใจแล้ว อย่าลืมเป็นนายของตัวเอง ปฏิบัติตนเป็นคนดีอยู่ในคุณธรรมอันดีงามกันด้วยนะคะ ขอให้โชคดี พ้นจากปีชงกันทุกท่านค่ะ

ติดตาม ทำนายฝัน กราฟชีวิต ไพ่ยิปซี ดูดวงเนื้อคู่ หรืออื่นๆ ได้ที่: http://horoscope.sanook.com/

แบบบ้าน 5 แสนบาท สร้างบ้านเดี่ยว สำหรับคนงบน้อย

แบบบ้าน 5 แสนบาท  สร้างบ้านเดี่ยว สำหรับคนงบน้อย

ทาวน์เฮ้าส์

หากท่านต้องการค้นหาความแตกต่างของสำนักงานโครงการหรือการเริ่มต้นธุรกิจเล็ก ๆ และต้องการอาคารสำนักงานเพื่อความน่าเชื่อถือสักหลัง แบบบ้านใหม่สามารถตอบคำถามคุณได้ด้วยการออกแบบที่ไม่ซ้ำใครน้อยคนนักที่จะได้เห็นโดดเด่นด้วยทรงหลังคาและที่สำคัญยังคงเน้นความง่ายในการทำงานเพื่อลดต้นทุนก่อสร้าง

ทางด้านหน้าบ้าน

เดอะ แพลนท์ เอ็กซ์คลูซีค พัฒนาการ

เดอะ แพลนท์ เอ็กซคลูซีค พัฒนาการ 38 เพียง 5 กิโลเมตร ถึงทองหล่อ

สุนทรียะแห่งการอยู่อาศัย ใจกลางเมือง เดอะ แพลนท์ เอ็กซคลูซีค บ้านเดี่ยวโครงการใหม่ บนพัฒนาการ 38 บ้านเดี่ยวบนทำเลศักยภาพใจกลางเมือง กับสังคมคุณภาพเพียง 112 หลังภายในโครงการ พรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย อาทิ สโมสรส่วนกลาง พร้อมสระว่ายน้ำ และฟิตเนต , ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พร้อมกล้อง CCTV บันทึกทางเข้า – ออก พร้อมสัญญาณกันขโมยภายในบ้าน แบบ Magnatic (กันการงัดแงะ) ป้องกันการบุกรุกจากภายนอก , High Fence รั้วรอบโครงการสูง 3 เมตร เป็นต้น

——————————————————-

อัพเดท บ้านเดี่ยว บ้านใหม่ ทาวน์เฮ้าส์ http://www.pruksa.com/

ติดตามรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ ลิ้งด้านล่าง

แฟนเพจ

https://www.facebook.com/homecondos

 

เปิดตำนานหลอน “หุ่นผีท่านเจ้าคุณ“ ในละครตอนแรก “ห้องหุ่น“


เปิดตำนานหลอน “หุ่นผีท่านเจ้าคุณ“ ในละครตอนแรก “ห้องหุ่น“



ห้องหุ่น


เปิดตำนานอาถรรพ์ห้องหุ่น ตอนแรกกับหุ่นสุดหลอน หุ่นท่านเจ้าคุณ ที่ครั้งนี้รับบทโดย โอ๋-ฐาปกรณ์ ดิษยนันทน์ นักแสดงเจ้าบทบาท ที่รับรองว่าคนดูจะอินความหลอนไปกับละคร “ห้องหุ่น” เวอร์ชั่นนี้แน่นอน

โดยเปิดฉากเล่าเรื่องต้นตอตำนานหุ่นอวัยวะแรกข้าวของเครื่องใช้ คุณเดช (บี๋-ธีรพงศ์) นักปั้นหุ่นมือหนึ่ง ที่มีชื่อเสียงว่าสามาถปั้นหุ่นได้เหมือนต้นการกำหนดทุกกระเบียดนิ้ว ซึ่งหุ่นตัวแรกเป็นหุ่นท่านเจ้าคุณ ที่มาจ้างเดชให้ปั้นหุ่นเสมือนตน แต่ก็เกิดเหตุไม่คาดฝัน เมื่อวันที่ท่านเจ้าคุณมารองหุ่นก็เกิดอุบัติเหตุรถเสียหลักพุ่งชน ไม่มีเงินร่างท่านเจ้าคุณถูกรถลากติดไปอัดกับกำแพงตายคาที่ เป็นที่สยดสยองต่อหน้าต่อตาเดช พร้อมทั้งคนแถวนั้น

สวย เซ็กซี่ เจ้านาย ชนุชตรา หวานใจคนใหม่ของหนุ่มเคลลี่


สวย เซ็กซี่ เจ้านาย ชนุชตรา หวานใจคนใหม่ของหนุ่มเคลลี่


เพิ่งเปิดตัวแฟนคนใหม่ไปได้ไม่นาน สำหรับหนุ่มหล่อ กล้ามโตคนนี้ “เคลลี่ ธนะพัฒน์” ที่กำลังคบหาดูใจกับสาวสวย สุดเซ็กซี่ หน้าตาลูกครึ่ง “เจ้านาย ชนุชตรา” จะหน้าตา น่ารักขนาดไหนนั้น Sanook! Women มีมาฝากค่ะ

สำหรับ น้องเจ้านายนั้น หลายคนอาจจะคุ้นหน้าคุ้นตาเธอในที่ละครชั้นบ้านเรื่อง แก้วหน้าม้า ที่เธอรักบทเป็นนางยักษ์ พระธิดา ‘จันทร์สุดา’ และนอกจากผลงานด้านละครทีวีแล้ว เธอยังผ่านเวทีการประกวดได้รับรางวัลต่างๆ มาหลายเวที ยังเป็นทั้งนางแบบ ถ่ายต้นแบบอีกมากมายด้วย

Single Gateway คืออะไร ฉบับเข้าใจง่ายๆ


Single Gateway คืออะไร ฉบับเข้าใจง่ายๆ


Single Gateway คืออะไร ทำไมคนทั่วประเทศถึงต่อต้าน แล้วหากประเทศไทยหันไปใช้ Single Gateway จะเกิดอะไรขึ้นกับผู้ใช้อินเตอร์เน็ต

– อธิบายง่ายๆ ปัจจุบันเราใช้อินเตอร์เน็ตจากผู้ให้บริการหลายเจ้า แต่ถ้าว่าละเจ้าก็มี Gateway สำหรับเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ทำให้ความแออัดของการเชื่อมต่อถูกกระจายออกไป เปรียบเหมือนเทียบง่ายๆ หากเราเดินทางไปเขาใหญ่ ถ้ามีทางไปแค่ทางเดียว รถทุกคันต้องวิ่งบนเส้นทางนี้ ลองคิดดูว่ารถจะติดขัดขนาดไหน ขณะเดียวกันปัจจุบันเขาใหญ่มีทางขึ้นหลายทาง ทำให้ไม่ต้องมาแออัดกันบนเส้นทางใดเส้นทางหนึ่ง รถก็วิ่งสบายขึ้น

– การที่รถต้องมาแออัดกับบนเส้นทางเดียวก็เหมือนพร้อมกับ การรวบ Gateway สำหรับเชื่อมเชื่อมอินเตอร์เน็ตมาอยู่ทีเดียว หรือที่เรียกว่า Single Gateway คำฮิตติดปากที่พูดกันอยู่ตอนนี้นั่นเอง

– แล้วทำไมอยู่ๆ รัฐบอกว่าจะใช้ Single Gateway ซึ่งเรื่องนี้รัฐให้เหตุผลว่า “เพื่อใช้เป็นเครื่องมือควบคุมเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม และการไหลเข้าของข้อมูลข่าวสารจากต่างประเทศผ่านทางอินเตอร์เน็ต” รัฐเขามองแบบนี้

– แล้วข้อเสียล่ะ แน่นอนนินทา Gateway สำหรับเชื่อมบัดกรีอินเตอร์เน็ตมากระจุกอยู่ช่องทิศเดียว โอกาสในการเกิดเน็ตช้า เน็ตเน่า เน็ตใช้ไม่ได้ ย่อมเกิดขึ้น

– นอกจากนั้นยังมองกันว่า หากมีผู้ไม่หวังดีมาโจมตีระบบที่ว่าจนเสียหาย ประเทศนี้คงเกิดปัญหาแน่นอน เพราะอย่าลืมว่าตอนนี้ระบบธนาคาร ระบบการเชื่อมต่อทั้งหน่วยงานราชการ และเอกชน ผูกติดอย่กับอินเตอร์เน็ตเกือบทั้งหมด ถ้ามีหลาย Gateway ยังสามารถกระจายความเสี่ยงได้ แต่ถ้ามี Single Gateway หากถูกโจมตีคงดูไม่จืดแน่นอน

– อีกข้อที่มีเป็นสาเหตุของการต่อต้านคือ เมื่อรวบการเชื่อมต่อเป็น Single Gateway ผู้ให้บริการซึ่งมีอยู่เจ้าเดียว สามารถดักจับข้อมูลของผู้ใช้อินเตอร์เน็ตได้อย่างง่ายดาย ทั้งwebsite, Facebook, LINE, Twitter และอื่นๆ ถ้าไปเจอคนดีไม่คิดอะไรก็ดีไป แต่หากไปเจอกลุ่มคนที่เข้ามามีอำนาจ แล้วต้องการข้อมูลบางอยู่จากอินเตอร์เน็ต ตอนนี้ก็ง่ายนิดเดียวที่จะทำ

พอะเห็นภาพของคำว่า Single Gateway และเหตุผลที่มีการต่อต้านกันหรือยัง ซึ่งคงต้อรอดูต่อไปว่ารัฐบาลจะเอาอย่างไร จะถอยหรือเดินหน้า

เทศกาลกินเจ วันขึ้น 1 ค่ำ ไปจนกระทั่งขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9

เทศกาลกินเจ

เทศกาลกินเจ 2558

เมื่อถึงวันขึ้น 1 ค่ำ ไปจนกระทั่งขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 เราจะเห็นธงสีเหลืองมีตัวหนังสือสีแดง ปรากฏให้เห็นอยู่ทั่วไปตามร้านอาหาร 2 ข้างถนน นั่นบ่งบอกให้รู้ว่า เป็นช่วงเวลาของเทศกาลกินเจ

คำว่า “เจ” ในภาษาจีนมีความหมายทางพุทธศาสนาฝ่ายมหายานว่า “อุโบสถ” คำว่า “กินเจ” ตามความหมายที่แท้จริงคือการรับประทานอาหารก่อนเที่ยงวัน ดังเช่นที่ชาวพุทธในประเทศไทยถือ “อุโบสถศีล” หรือ “รักษาศีล 8” จะไม่รับประทานอาหารหลังจากเที่ยงวันไปแล้ว แต่เนื่องจากการถืออุโบสถศีล ของชาวพุทธฝ่ายมหายานไม่กินเนื้อสัตว์ จึงนิยมเรียก “การไม่กินเนื้อสัตว์” ไปรวมกันคำว่า “กินเจ” ซึ่งเป็นการถือศีลไปด้วย ในปัจจุบันผู้ที่รับประทานอาหารทั้ง 3 มื้อ แต่ไม่กินเนื้อสัตว์ก็ยังคงเรียกว่า “กินเจ” ฉะนั้นความหมายก็คือ “คนกินเจ” มิใช่เพียงแต่ไม่กินเนื้อสัตว์ แต่คนที่กินเจ ยังต้องดำรงตนอยู่ในศีลธรรมอันดีงาม มีความบริสุทธิ์สะอาด งดงามทั้งกาย วาจา ใจ เป็นการถือศีลบำเพ็ญธรรมไปด้วยพร้อมกัน เช่นนี้แล้วจึงจะเรียกว่า “กินเจที่แท้จริง” ดังนั้น คำคล้องจองที่เราได้ยินอยู่เสมอ คือ “ถือศีลกินเจ” จึงนับว่ามีความหมายสมบูรณ์ครบถ้วนอยู่ในตัวเองแล้ว

ตามร้านขาย “อาหารเจ” เราจะพบเห็นตัวอักษร คำนี้อ่าน “ไจ” (เจ) แปลว่า “ไม่มีของคาว” เขียนด้วยสีแดงบนพื้นสีเหลืองเสมอ ในช่วงเทศกาลกินเจเดือน 9 จะเห็นตัวอักษรนี้เขียนบนธงสีเหลือง ปักอยู่ตามแผงขายอาหารเจมองเห็นเป็นที่สะดุดตาแก่คนทั่วไป ชาวจีนถือว่าสีแดงเป็นสีแห่งสิริมงคลแก่ชีวิต สีเหลืองเป็นสีของผู้ทรงศีล ดังนั้นผู้ตั้งใจถือศีลบำเพ็ญตนให้บริสุทธิ์ ตัวอักษรนี้ย่อมเป็นเครื่องหมายเตือนสติให้ระลึกไว้เสอมว่า “การกินเจงดเว้นเนื้อสัตว์ของคาวคือ การปฏิบัติธรรม รักษาศีลของความเป็นมนุษย์ เป็นการเจริญมหาเมตตากรุณาธรรมโดยแท้ อันจะนำมาซึ่งความเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง และก่อให้เกิดสันติสุขแก่ทุกชีวิตบนโลก”

– ตำราทำอาหารเจ
เทศกาลกินเจ 2558 – หลักในการทำอาหารเจ
– ถือศีลกินผักจังหวัดภูเก็ต
– ถือศีลกินผักจังหวัดตรัง

ที่มาของเทศกาลกินเจ

เทศกาลเจ เริ่มขึ้นเมื่อประมาณ 400 ปีมาแล้ว ตามตำนานเล่าว่า เกิดมาในสมัยที่ชาวจีนถูกรุกรานโดยชนชาติแมนจู ซึ่งเข้าปกครองประเทศจีน และบังคับให้ชนชาติจีนยอมรับวัฒนธรรมของตน อาทิ การไว้ทรงผมเยี่ยงแมนจู คือ โกนศีรษะโล้นทางด้านหน้าและไว้ผมยาวทางด้านหลัง ซึ่งหลายคนคงจะชินตาในภาพยนตร์จีนที่นำมาฉายทางทีวี

ในสมัยนั้น มีคนจีนกลุ่มหนึ่งรวมตัวกันต่อต้านชาวแมนจู โดยใช้หลักทางธรรมเข้ามาร่วมด้วย ชาวจีนกลุ่มนี้ นุ่งขาว ห่มขาวและไม่รับประทานเนื้อสัตว์ ซึ่งมีความเชื่อว่า การประพฤติปฏิบัติตามแนวทางนี้จะช่วยสร้างความเข้มแข็ง ให้กับกลุ่มของตนจนสามารถต้านทานชาวแมนจูได้ คนกลุ่มนี้เรียกตัวเองว่า “หงี่หั่วท้วง” ซึ่งแม้จะได้ต่อสู้อย่างอาจหาญ แต่ท้ายที่สุดก็ไม่สามารถต้านทานการรุกรานของชาวแมนจูได้

เมื่อถึงวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 9 ชาวจีนที่ยังคงอยู่ภายใต้การปกครองของชาวแมนจู จึงพากันถือศีลกินเจ เพื่อรำลึกถึงเหล่านักสู้ “หงี่หั่วท้วง” ที่ได้ต่อสู้พลีชีพในครั้งนั้น

ความเชื่อถืออีกกระแสหนึ่งของตำนานการกินเจนั้น เชื่อกันว่าเป็นการสักการะพระพุทธเจ้าในอดีต 7 พระองค์ และพระมหาโพธิสัตว์อีก 2 พระองค์ รวมเป็น 9 พระองค์ หรืออีกนัยหนึ่งเรียกว่า ดาวนพเคราะห์ทั้ง 9 ในพิธีกรรมนี้ สาธุชนจึงงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ ตัดชีวิต หันมาบำเพ็ญศีล โดยการตั้งปณิธานในการกินเจ งดเว้นอาหารคาว เพื่อเป็นการสมาทานศีล 2 ประการ คือ

1. เว้นจากการเอาชีวิตของสัตว์มาบำรุงชีวิตของตน
2. เว้นจากการเอาชีวิตของสัตว์มาเพิ่มเลือดของตน
3. เว้นจากการเอาชีวิตของสัตว์มาเพิ่มเนื้อของตน

สำหรับเมืองไทยความเชื่อเรื่องการกินเจ เป็นไปในแนวทางของการละเว้นการเอาชีวิตของสัตว์ เพื่อเป็นสักการะบูชาแก่ พระพุทธเจ้า และมหาโพธิสัตว์กวนอิม อาจเนื่องจากการแพร่หลายของกการละเว้นการกินเนื้อวัว ในกลุ่มคนที่นับถือ “เจ้าแม่กวนอิม” การกินเจ จึงเป็นอีกหนึ่งพิธีกรรมเพื่อสักการะ

ความหมายของธงเจ

อักษรแดง บนพื้นเหลือง เขียนว่า “ไจ” หรือ “เจ” มีความหมายว่า “ของไม่มีคาว” สีแดงเป็นตัวแทนของความเป็นสิริมงคลในชีวิต ส่วนสีเหลืองเป็นสีของพุทธศาสนา หรือผู้ทรงศีล ธงเจนอกจากจะเป็นสัญลักษณ์ของอาหารเจแล้ว ยังเป็นการเตือนให้พุทธศาสนิกชนที่ปฏิบัติตน “ถือศีล-กินเจ” ได้ตระหนักถึงการไม่เบียดเบียนชีวิตสัตว์และการตั้งอยู่ในศีลตลอดช่วงระยะเวลา 9 วัน 9 คืน

การปฏิบัติตัวในช่วงเทศกาลกินเจ

เมื่อตั้งมั่นที่จะปฏิบัติศีลและกินเจ ในช่วงเทศกาลกินเจ 9 วัน 9 คืนนี้แล้ว ก็ควรจะศึกษาข้อห้ามต่างๆ ที่บัญญัติไว้เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติตัว โดยทั่วไปแล้วจะมีข้อปฏิบัติดังนี้

งดเว้นเนื้อสัตว์ หรือทำอันตรายต่อสัตว์
งด นม เนย หรือน้ำมันที่มาจากสัตว์
งดอาหารรสจัด หมายถึง อาหารรสเผ็ดมาก เค็มมาก หวานมาก เปรี้ยวมาก
งดผักกลิ่นฉุน 5 ชนิด คือ กระเทียม หัวหอม หลักเกียว กุยช่าย ใบยาสูบ รวมทั้งเครื่องเทศที่มีกลิ่นฉุน
รักษาศีล 5
รักษาจิตใจให้บริสุทธิ์ รักษาอารมณ์ให้คงที่
ทำบุญ ทำทาน บางคนที่เคร่งอาจนุ่งขาว ห่มขาว

สำหรับคนที่กินเจอย่างเคร่งครัด นอกจากจะ “ถือศีล-กินเจ” แล้วยังต้องเลือกผู้ปรุงอาหารเจที่กินเจด้วย เพื่อให้ “อาหารเจ” นั้นบริสุทธิ์จริงๆ บางคนจะมีการคัดแยกภาชนะที่บรรจุอาหารหรือใช้ปรุงอาหาร แยกจากที่ใช้ใส่อาหารที่มีเนื้อสัตว์อย่างเด็ดขาด และในบางแห่งอาจพบว่ามีการจุดตะเกียงเก้าดวง ไว้เป็นเวลา 9 วันตลอดระยะเวลาการกินเจ เพื่อเป็นการรำลึกถึงบุญคุณพ่อแม่ญาติพี่น้อง และเพื่อเป็นพุทธบูชา

อาหารเจ

ปัจจุบันมีการยอมรับกันโดยทั่วไปถึงคุณค่าของ “อาหารเจ” เนื่องจากการรับประทานพืชผักในปริมาณที่มากกว่าปกติ งดเว้นเนื้อสัตว์ ทำให้กระเพาะได้พักจากภารกิจการย่อยเนื้อสัตว์ที่ทำประจำอยู่ และได้รับวิตามินเข้าไปเสริมสร้าง ซ่อมแซมร่างกายส่วนที่สึกหรอ รวมทั้งได้โปรตีนจากถั่วชนิดต่างๆ ซึ่งแตกต่างจากโปรตีนที่เราได้รับจากเนื้อสัตว์ ช่วงเวลานี้จึงถือเป็นช่วงที่ร่างกายได้พักผ่อนจากการรับสารอาหารย่อยยากจากแหล่งอาหารต่างๆ รวมทั้งยังได้รับพลังใจจากการที่ปฏิบัติตัวอยู่ในศีล ทำให้จิตใจอิ่มเอิบ เบาสบาย

หลายคนคิดว่า การรับประทานแต่อาหารเจจะทำให้เกิดโรคขาดอาหาร ทั้งที่สาเหตุสำคัญของการเกิดโรคขาดอาหารนั้น มาจากการรับประทานอาหารที่ไม่ถูกหลัก ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งกับผู้ที่กินเนื้อสัตว์และกินเจ ซึ่งมีนิสัยการบริโภคที่ไม่คำนึงถึงคุณค่าของสารอาหารที่ได้รับ

คนที่กินเจอย่างถูกหลักก็จะได้รับอาหารที่มีคุณค่า มีคุณประโยชน์ต่อร่างกายอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ การประกอบอาหารเจเพื่อรับประทานในช่วงนี้ จึงสามารถเลือกอาหารพวก ข้าวกล้อง (ใช้แทนข้าวขาว) โปรตีนเกษตร (แทนเนื้อสัตว์) ผักสด เห็ดหอม ถั่วนานาพันธุ์ เต้าหู้ แป้งหมี่กึง ทดแทน และผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันทำเป็นอาหารชนิดต่างๆ

แนะนำตำราทำอาหารเจ

อานิสงส์ของการกินเจ

ประเพณีกินเจของชาวจีน ก่อให้เกิดประโยชน์หลายด้านด้วยกันคือ

1.ด้านศีลธรรม ผุ้กินเจจะปฏิบัตตนอยู่ในศีลธรรมอันดี มีความเมตตา เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ไม่เบียดเบียนผู้อื่นนับเป็นบุญกุศลใหญ่หลวง

2.ด้านสุขภาพกาย ผู้กินเจจะมีสุขภาพกายดีเพราะไม่ดื่มของมึนเมา และไม่รับประทานเนื้อสัตว์ รวมทั้งอาหารประเภทไขมันสูง ทำให้ลดภาวะไขมันในเส้นเลือด ซึ่งมีอันตรายต่อชีวิต นอกจากนี้อาหารจากเนื้อสัตว์มักมีเชื้อโรคปะปน เสี่ยงต่อการเป็นโรคภัย ผุ้กินเจเป็นประจำจึมีอายุยืนนาน

3.ด้านสุขภาพจิต ผู้กินเจจะมีสุขภาพจิตที่ดี เพราะผลจากการปฏิบัติธรรมที่ไม่คิดเบียดเบียนผู้อื่น ให้อภัยซึ่งกันและกัน และมีความเมตตาต่อกันทำให้จิตบริสุทธิ์แจ่มใสตลอดเวลา

4.ด้านเศรษฐกิจ ผู้กินเจสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เพราะผักมักจะราคาไม่แพงเหมือนเนื้อสัตว์ทั่วๆไป

5.ด้านสังคม ผู้กินเจจะมีความสามัคคีกัน เกิดการร่วมมือ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

6.ด้านการเมือง เนื่องจากการกินเจ หรืออาหารจากพืชผัก ไม่มีกรกำหนดทางเชื้อชาติศาสนา จึงมีผู้เข้าร่วมพิธีกรรมอย่างมากมาย ประกอบกับปลูกฝังให้ผุ้เข้าร่วมพิธีมีควมสามัคคีจึงไม่ก่อห้เกิดความขัดแย้งระหว่างชุมชนบ้านเมืองสงบร่มเย็น ประชาชนอยู่กันอย่างประหยัด เทศกาลกินเจ 2558 ภาวะเศรษฐกิจก็จะดีขึ้นส่งผลให้รัฐบาลมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้นด้วย

เจกับมังสวิรัติ

อาหารมังสวิรัติ คือ อาหารที่ไม่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบเช่นเดียวกับอาหารเจ แต่หากเป็นมังสวิรัตินั้น สามารถนำผักทุกชนิดมาประกอบอาหารได้ แต่อาหารเจ ต้องงดเว้นผักฉุน 5 ประเภท (ดังที่กล่าวมาแล้ว) รวมทั้งของเสพติดทุกชนิด และยังคงต้องประพฤติศีลร่วมด้วย จึงจะเป็นการ ถือศีล-กินเจ ที่แท้จริง ในขณะที่มังสวิรัติ หมายรวมถึงการไม่รับประทานเนื้อสัตว์เท่านั้น

การกินเจ นอกจากจะตั้งอยู่บนพื้นฐานของการสร้างบุญกุศลด้วยการละ เลิก เพื่อชีวิตแล้ว ในแง่ของสุขภาพร่างกายก็พลอยได้รับประโยชน์ร่วมด้วย เพราะถือเป็นช่วงเวลาหนึ่งที่ร่างกายมีโอกาสพักผ่อน จากการย่อยอาหารประเภทที่ย่อยยากทั้งหลาย

กิน “เจ” ที่ภูเก็ต

“เจ” ที่ภูเก็ตมาจากรากฐานความเชื่อเดียวกัน คนจีนเรียก “เจเดือนเก้า” แต่ถ้านับตรงกับเดือนไทยก็จะได้ตรงกับเดือน 11 เทศกาลกินเจที่ภูเก็ตจึงมีขึ้นหลังเทศกาลกินเจทั่วๆ ไป บางครั้งเราจึงมักได้ยินเชื่อเรียกของเทศกาลกินเจที่ภูเก็ต ว่าเป็นเทศกาลกินผัก ซึ่งแท้จริงแล้วก็คือการกินเจในรูปแบบและระยะเวลา 9 วันเช่นเดียวกัน

ความเชื่อเกี่ยวกับการกินเจที่ชาวภูเก็ตเล่าสืบต่อกันมาว่า มีคณะงิ้วจากเมืองจีนมาเปิดการแสดงที่กะทู้ แล้วบังเอิญเกิดโรคระบาด คณะงิ้วจึงจัดให้มีพิธีกินเจ และสร้างศาลเจ้าขึ้น ปรากฏว่าโรคระบาดก็หายไปสิ้น ชาวบ้านเกิดความเลื่อมใสจึงปฏิบัติตาม นับเนื่องจากนั้นมีผู้ศรัทธามากขึ้นเรื่อยๆ ชาวกระทู้จึงอยากให้พิธี “กินเจ” ของตนสมบูรณ์แบบ ตามแบบพิธีในมณฑลกังไส จึงได้ส่งตัวแทนไปนำเอาควันธูปกลับมา โดยการตั้งมั่นที่แรงกล้า เพราะพิธีการนำควันธูปกลับมานั้น ต้องจุดธูปต่อกันมิให้มอดดับได้ ศาลเจ้ากระทู้จึงเป็นศูนย์กลางของเทศกาลการกินเจที่ภูเก็ตเรื่อยมา จนมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักทั้งในและต่างประเทศ

9 วันแห่งพิธีกรรมของการกินเจที่ภูเก็ต

ตอนบ่ายก่อนวันเริ่มกินผัก จะมีพิธียกเสา “โกเด้ง” ขึ้นที่หน้าศาลเจ้า หรืออ๊าม เพื่อใช้เป็นที่แขวนตะเกียงทั้ง 9 ดวง และอัญเชิญดวงวิญญาณของยกอ๋องฮ่องเต้ หรือ พระอิศวร และ กิวอ๋องไตเต หรือ ราชาผู้เป็นใหญ่ทั้งเก้า ในตอนกลางคืนเพื่อมาประดิษฐาน ณ ศาลเจ้าหรือ อ๊าม

เช้าวันรุ่งขึ้นมีการจุดธูปขนาดใหญ่ ตั้งเครื่องเซ่นและเผาไม้หอม เพื่อบูชาเจ้าประจำอ๊าม

หลังพิธีการกินเจ หรือชาวภูเก็ตเรียก “การกินผัก” ผ่านไป 3 วัน จะถือว่าตัวเองมีความสะอาดแล้ว หรือเรียกว่า “เช้ง” (清)ในตอนค่ำมีพิธีการอันเชิญเทพเจ้าอีก 2 องค์ คือ “ลำเต้า” เจ้าผู้ถือบัญชีคนเกิด และ “ปักเต้า” เจ้าผู้ถือบัญชีคนตาย และทำพิธี “ปั้งกุ้น” หรือพิธีปล่อยพระ หรือการจัดทหารของเจ้าไปรักษาศาลเจ้าทั้ง 5 ทิศ เพื่อป้องกันสิ่งชั่วร้าย และภูตผีมาทำลายพิธี ความสนุกสนานเริ่มขึ้นตรงนี้ เมื่อการเชิญทหารเต็มไปด้วยร่างทรงของตัวละคร อาทิ เห้งเจีย บู๊สง เป็นต้น

ในวันที่เจ็ด เริ่มพิธี บูชาดาว เพื่อขอความเป็นสิริมงคล รักษาโรคภัยไข้เจ็บ

สองวันสุดท้าย เป็นความตื่นเต้นท้าทาย เมื่อมีการจัดขบวนพิธีแห่อย่างมโหฬาร เหตุด้วยนำเกี้ยวไปรับพระจำหลักที่สะพานหิน เป็นการระถึงวันที่ควันธูปจากมณฑลกังไสมาถึงภูเก็ต ในขบวนแห่จะมีการแสดงอิทธิฤทธิ์ของม้าทรง หรือไม่ก็ คนทรงเจ้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย จะเห็นภาพของการใช้ของมีคมต่างๆ ทิ่มแทงตามร่างกาย มีทั้งง้าว ตุ้มเหล็กฟาดหน้าฟาดหลัง เอาขวานจามหลัง หรือเอาเหล็กแหลมทิ่มแทงร่างกาย หรือแทงลิ้น จนกระทั่งเฉือนลิ้นตัวเองออกมา โดยท้าทรงเหล่านั้นอ้างว่าไม่มีความเจ็บปวดใดๆ ขณะเป็นร่างทรง ม้าทรงจะเดินเต้น ไปทั่วเมือง ชาวบ้านจะตั้งโต๊ะเครื่องเซ่นไหว้เพื่อให้เจ้าไปโปรดและมีการจุดประทัดตลอดเส้นทาง ตลอดเกาะปกคลุมด้วยควันธูปและประทัด

วันที่เก้า จะมีพิธีศักดิ์สิทธิ์ หมายถึง พิธี “โก๊ยโห้ย” หรือพิธีลุยไฟสะเดาะเคราะห์ ม้าทรง หรือเจ้าจะเดินผ่านกองไฟ ที่มีถ่ายร้อนแดงเป็นระยะทางกว่า 2 ฟุต และตามด้วยผู้ที่ถือศีลกินเจที่มีความมั่นใจว่าตัวเองสะอาดแล้ว ก็สามารถร่วมลุยไฟได้ด้วยเช่นกัน ในตอนกลางคืนจะมีพิธีปีนบันไดมีด สูงประมาณ 12 เมตร พร้อมด้วยจบลงที่ยามดึกของคืนวันที่ 9 จะมีการแห่พระไปส่งทะเลบริเวณสะพานหิน และนำเสาโกเต้งลงดับโคมไฟทั้ง 9 เป็นเสร็จพิธีกินเจที่ภูเก็ต

กินเจ ที่ภูเก็ต ออกไปในแนวสนุกสนาน ตื่นเต้น ด้วยอิทธิปาฏิหาริย์ ซึ่งพิสูจน์ไม่ได้ แต่หลายคนที่ไปดูด้วยช่องตนเอง ยังพกความตื่นตาตื่นใจ เป็นประสบการณ์มาถึงปัจจุบัน และเป็นอีกหนึ่งวัฒนธรรมการกินเจอีกรูปแบบหนึ่ง

นายกฯ บวงสรวง 7 บูรพกษัตริย์แห่งสยาม ณ อุทยานราชภักดิ์ หัวหิน


นายกฯ บวงสรวง 7 บูรพกษัตริย์แห่งสยาม ณ หัวหิน อุทยานราชภักดิ์ หัวหิน หัวหิน



อุทยานราชภักดิ์


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (19 ส.ค.) หัวหิน เมื่อเวลา 07.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่างานกระทรวงมหาดไทย พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรีและคณะ เดินทางออกทิ้งกองการบิน ศูนย์งานเคลื่อนย้ายกองทัพบก กรุงเทพฯ เคลื่อนยังท่าอากาศยานหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

โดยนายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานแห่งพิธีบวงสรวงพร้อมทั้งมหามังคลาภิเษก 7 บูรพกษัตริย์แห่งสยาม ณ อุทยานราชภักดิ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในเวลา 09.09 น.

สำหรับพระบรมราชานุสาวรีย์ทั้ง 7 พระองค์ ประกอบอีกด้วย พ่อขุนรามคำแหงมหาราช, สมเด็จพระนเรศวรมหาราช, สมเด็จพระนารายณ์มหาราช, สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช, พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช, พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กับ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หัวหิน

บรรยากาศงานแต่งชาช่า บีม โรมานซ์ดั่งเทพนิยาย


บรรยากาศงานแต่งชาช่า ชาช่า ทามาดะ บีม โรมานซ์ดั่งเทพนิยาย



บรรยากาศงานแต่งชาช่า บีม เรียบง่ายแต่หรูหรา จัดซูปเปอร์คาร์ป้ายแดงเป็นรถแต่งงาน

เป็นอีกหนึ่งคนบันเทิงที่ถือฤกษ์ดีวันที่ 27 กันยายนเป็นวันมงคลสำหรับนักแสดง บีม ศรัณยู ประชากิจ และ ชาช่า ทามาดะ ชาช่า ทามาดะ โดยทั้งคู่ขอเน้นความเรียบง่าย ชาช่า ทามาดะ สร้างบรรยากาศให้เหมือนดั่งเทพนิยายโรแมนติกและอบอุ่นกลิ่นอายเต็มไปด้วยความรัก

ภาพบรรยากาศแบบเต็มๆ ของ บีม และ ชาช่า วินาทีในที่เจ้าบ่าวได้มอบช่อดอกไม้ให้กับเจ้าสาวสร้างความประทับใจส่งเสียกับทุกคนที่มาอยู่แห่งงาน รวมถึงรถซูเปอร์คาร์ป้ายแดงที่บ่งบอกความเป็นตัวตนของเจ้าบ่าวที่ชื่นชอบความเร็ว เรียกต่อว่าเหมาะสมลงตัวสุดๆ

ขอแสดงความยินดีกับ บีม และ ชาช่า ด้วยนะคะ ชาช่า ทามาดะ ชาช่า ทามาดะ ชาช่า ทามาดะ