ปลูกบ้านเดี่ยว บนพื้นที่ 85 ตร.วา

ปลูกบ้านเดี่ยว บนพื้นที่ 85 ตร.วา

สำหรับก่อนหน้านี้ตอนที่จะปลูกบ้านใหม่ในช่วงแรกๆนี่ได้อ่านพันทิปทุกวัน

อ่านละเครียดจนฉี่เหลืองเป็นดอกเบญจมาศเลยฮะ เพราะเจอแต่กระทู้บ่นเรื่องการทำบ้าน

ว่ามีปัญหามากมาย งานไม่เรียบร้อย สำหรับช่างที่ทิ้งงาน ใช้วัสดุอุปกรณ์ไม่ดี ถ้าหากไม่ตั่วจี๊นี่อย่าได้คิด

แรกเริ่มเดิมทีเลย เงินที่ใช้ซื้อที่นี่ก้อหมดไปเกือบสี่ล้านแล้ว และนี้เลยเหลือส่วนเบี้ยหอยที่อยู่เพียงน้อยนิด

ไม่มีมากพอจะมาเสี่ยงกับบริษัทที่ไม่โอเคคับ ตอนนั้นก้อนั่งเครียดกะหม่าม้า จนหน้าจขกทกับคุณแม่ใกล้เคียงกันอยู่ช่วงนึง

จนมาวันหนึ่ง ด้วยความเพียรของหม่าม้าผมเองที่เสาะแสวงหาพวกบริษัทที่สร้างบ้านจากการทุกหัวระแหงด้วย

(นางคุยกะใครนางก้อแอ๊วถามไปทั่วๆ เคยคิดด้วยว่าอาซิ่มนี่เก่งนะ เนียนเชียะ)

จนได้มีพี่ที่รู้จักอยู่คนนึงบอกว่าบ้านของพี่เค้าก้อเพิ่งทำ ให้ม๊าเข้าไปดู เท่านั้นแหละครับ

โมเม้นต์เหมือนตอนพระรามเห็นนางสีดา แจ๊คเห็นโรสแล้ว ไผ่เห็นสไปรท์ ปุณณ์เห็นโน่

หม่าม้าเองก็ตกลงใจว่าจะจ้างน้าเค้ามาทันที

หม่าม้าก้อนัดเจอ วางแบบ คุยเรื่องราคาเป็นอันตกลง

จากนี้ก้อจะเข้าสู่ช่วงเริ่มกระบวนการแปลงร่างที่ดินเพียง 85 ตร.วา มาให้เป็นบ้านเดี่ยวของทีมงานน้าจิ๋วของครับผม

เดิมทีที่ที่ซื้อไว้ตั้งอยู่ในซอยพระราม 2 50 ครับ

ช่วงแรกก้อมีการตอกเสาเข็ม ทำพิธีอะไรไปตามเรื่องราว

พอเริ่มก่อสร้างได้ประมาณเดือนมีนาคม แล้วพอเข้าในช่วงเมษา-พฤษภาผมก้อเริ่มยุ่งกับทำงานสอนพิเศษซัมเมอร์ไปซะจนแทบไม่มีเวลาเข้าไป

รู้ตัวอีกทีโครงบ้านก้อมาเรียบร้อยละครับ

พอถ่ายคล้งถ่ายคลิป แล้วปีนขึ้นไปข้างบนด้วย โดยบันไดก้อไม่มี

หลังจากนั้นอีกซักสองอาทิตย์เข้าไปอีกรอบ ก้อปรากฎว่าฉาบปูนก่ออิฐเรียบร้อยไปหลายส่วน

มีการเดินสายไฟไว้ตามห้องต่างๆ โดยให้บอกก่อนคับว่าบริษัทนี้เมื่องเค้าจะมีทีมที่เรารับผิดชอบด้านต่างๆ

คือทีมไฟฟ้า ทีมน้ำ ทีมปูน ทีมสี ทำให้แต่ละฝ่ายก้อจะมีช่างที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้านนั้นๆ

คือมันดีงามคับ และได้ทำงานเร็วมากๆ โดยมีแต่คนบอก

งานปูนก้อมาคับ ฉาบเรียบเนี่ยน ตรงไหนร้าวก้อซ่อมให้ก่อนจะทาสีด้วย

ด้านบนคือเข้าใจว่ามาร์คตำแหน่งเพื่อปูฝ้าคับ

รอบระเบียงหน้าบ้านอยู่ชั้นบนและงานรั้วคับ ในทีแรกอยากได้รั้วไม้ไว้เยอะๆ แต่ปูนถูกกว่า

เบี้ยน้อยหอยตลับ เลยจัดปูนมากหน่อยละเอาไม้แซม

เมื่อเป็นรูปเป็นร่างออกมาแล้วคับ เริ่มทาสีภายนอก

ซึ่งทราบมาว่า สีที่ทานี่ทาซ้ำสามถึงสี่ครั้งหลังจากงานปูนเสร็จ

ถ้าจะให้ดีควรทิ้งปูนไว้หลังฉาบเสร็จประมาณเกือบ 2 อาทิตย์ และเพื่อที่ว่าการปูนจะเซ็ทตัวลงและแห้งสนิทหมดจริงๆ

สีที่ทาจะไม่ถูกดูดไปในปูนและแตก ช่วงนี้เข้าไปละ จขกท หางกระดิกมาก ชอบ

ถ้าคิดไปคิดมา ถ้าบ้านทาสีนี่ก็กับเหมือนผู้หญิงแต่งหน้านะฮะนั้นเอง ได้เปลี่ยนชีวิตได้เลย

ต่อไปเข้ามาดูงานข้างในกันบ้างครับ อันนี้เมื่อประมาณเดือนที่แล้ว สีด้านในได้เก็บจนเกือบครบแล้ว

ละส่วนทางห้องผมเป็นผนังสลับขาวกับเทา

ห้องน้องสาวเป็นขาวกับน้ำเงิน

เราตั้งใจทาปนะตูสีขาวคับ แต่ก็ไม่ได้เลือกลายประตูเราเอง ได้ปรากฎว่าลายที่ได้มาคือดีงามที่สุดในสามโลก

ตอนนี้เหลือแค่ประตูรั้วหน้าบ้านซึ่งให้ญาติอีกเจ้าทำและยังไม่เสร็จ

ปิดท้ายด้วยภาพด้านนอกล่าสุดเมื่ออาทิตย์ที่แล้วคับ

ที่มาจาก http://pantip.com/topic/32652401

——————————————————-

ติดตามรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ ลิ้งด้านล่าง

แฟนเพจ

https://www.facebook.com/homecondos

 

ตบแต่งรีโนเวทคอนโด 80 ตารางเมตร สไตล์ Biker

ตบแต่งรีโนเวทคอนโด 80 ตารางเมตร สไตล์ Biker

คอนโด

ก็อื้นได้ว่าเป็นการที่ผสมผสาน สไตล์การตกแต่งคอนโดและบ้าน ด้านที่ตนเอง ด้วยกัน คนที่รักชื่นชอบและเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะทำให้บ้านนั้นน่าอยู่มากยิ่งขึ้น

เพราะด้วยนี่สดกระทู้ของ ท่านสมาชิกหมายเลข 1575141 จากห้องชายคา บ้านและคอนโดมิเนียม ซึ่งเธอกับสามีได้ช่วยกันเก็บหอมรอมริบ เพื่อที่จะมาตกแต่งคอนโดมิเนียมให้ครอบครองเรือนหอในแบบผสานระหว่างความเรียบหรูกับสไตล์ไบค์เกอร์ของสามี น่าสนใจว่าคอนโดมิเนียมนี้จะออกมาเป็นแบบไหน

กับการได้ปลงใจที่จะใช้ชีวิตคู่เป็นเรื่องยาก แต่การแต่งคอนโดนั้นสดเรือนหอกับคู่ชีวิตเป็นเหตุยากกว่านั้นอีก

กับตอนนี้ ด้วยว่าการรีโนเวทก็ได้ทำไปทั้งห้องแล้ว แต่ทว่า กรรมวิธียังแต่งไม่เสร็จสิ้นนะคะ ยังไม่ได้ย้ายเข้ามาอยู่เลย ก็ได้แค่ห้องนั่งเล่น ส่วนกินข้าวแล้วก็ครัว ที่ตอนนี้เอาไว้ใช้สังสรรค์กับเพื่อนๆ เหลือพวกเฟอร์นิเจอร์ของห้องนอนกับจ้าของในห้องแต่งตัวอีกนิดหน่อย คืออยากรีบมารีวิวก่อนนะค่ะ เพราะว่ากลัวว่าถ้าขนของมาถึงมาหมดจะรกไปกว่านี้

พร้อมทั้งเราก็ลองมาดูในฝ่ายของแปลนของห้องกับ reference กันบ่างค่ะ โดยนี่เป็นแบบแปลนเดิมของห้องที่ซื้อมาค่ะ จะมีพื้นที่ประมาณ 80 ตาราเมตร พร้อมกับจะย่อยเป็นห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องน้ำ 2 ห้อง แล้วก็ห้องนอน 2 ห้องค่ะ

ซึ่งภาพ ก็คือภาพที่เราได้นั่งวาดคร่าวๆ ไว้ในหัวนะคะ พร้อมทั้งก็อยากให้ตัวห้องนั่งเล่นออกมาเป็นแนวนี้ ส่วนห้องครัวเราไม่ติดอะไรค่ะ จึงขอแค่เรียบๆ สะอาดๆ ล่วงพ้นไปเลือกหน้างานเอาเลย ซึ่งมันอาจจะออกมาไม่เป๊ะเหมือนแบบทั้งหมดนะคะ แบบนี้ดูไว้เป็นคร่าวๆ เฉยๆ

และส่วนนี้ มันจะเป็นแปลนใหม่หลังได้รับการรีโนเวทแล้วนะคะ

เหล่าเรื่องของการรีโนเวท ของเราอยากได้ built – in เพื่อไว้สำหรับเก็บของ และก็อยากเปลี่ยนแบบของการแต่งห้องตามที่เราทั้งคู่ตั้งใจเอาไว้ เพราะว่าที่คุณสามีก็เห็นดีด้วย ดังนั้นก็เลยลงทุนรีโนเวทใหม่ เบ็ดเสร็จ ส่วนนี้ หมดเงินไปประมาณ 700,000 ค่ะ ใช้เวลาทำประมาณ 4 เดือนกว่าจะเสร็จ นี่ก็แทบลากเลือดเลยทีเดียว ต้องหมดสภาพอารมณ์ไปมากครั้งกับช่างรับเหมา พูดแล้วโมโหจริงๆ งั้นปล่อยผ่านค่ะ ไหนๆ ก็สำเร็จเสร็จสิ้นไปแล้ว

เพราะเขตที่กระผมได้ทำใหม่ โดยที่หลักๆ ก็จะมีตามนี้นะคะ

วิธีการที่ 1. ต้องลอก wallpaper ของเก่าออกทั้งห้อง เพราะว่ามันมีบางส่วนที่ขึ้นรา
วิธีการที่ 2. ต้องรื้อฝ้าเพดานออกทั้งหมด เพราะว่าปลวกกิน
กระบวนการที่ 3. ต้องรื้อพื้นเก่าที่เป็นปาเก้ออก เพราะว่าพื้นเก่าหน้าไม้มันบางเลยขัดไม่ได้ แล้วยังปูพื้นเอ็นจิเนียร์ริ่งวูดใหม่
ขบวนการที่ 4. ต้องทุบผนังห้องด้านหน้าซ้ายมือ เพื่อติดชุด( built-in) ไว้สำหรับเก็บของให้เป็นระเบียบ
กระบวนการที่ 5. ทำการทาสีประตู + ผนังใหม่ทั้งห้อง
วิธีการที่ 6. ต้องเดินท่อน้ำ และ สายไฟใหม่หมด
ขบวนการที่ 7. ทำการเปลี่ยนหน้าต่าง + ประตู
ขบวนการที่ 8. ติดส่วนของ built – in

กับเราก็แค่ฟังแล้วก็เปลี้ย โดยกว่าจะได้ห้องหับที่ถูกใจนี่ใช้เวลานานมากจริงๆ มาดูสภาพห้องเดิมๆ เก่าช่างจะลงมือรื้อกันค่ะ

นี่ดำรงฐานะรูป BEFORE

ถิ่นที่ภายในของห้องกระจกบานใหญ่ติดไว้ด้วยนะ ซึ่งตอนแรกว่าจะเอาออก แต่ว่าคุณแม่บอกว่า เสียดาย บวกกับหากจะยกลงก็ลำบาก ห้องเราอยู่ชั้น 7 เลยค่ะ ดังนั้นก็เลยตัดสินใจย้ายเอาไปไว้ในห้องแต่งตัว พร้อมทั้งตอนที่เพื่อนมาที่ห้อง นางบอกว่า แผนกกะห้องเต้นบัลเล่ต์เลยทีเดียว

นี่หมายถึงชุด built-in ข้าวของเดิมที่มาพร้อมห้อง ตราบรื้อออกมาแล้วเรายกให้ช่างไปเลย

เพราะว่าที่อันนี้ก็ให้ช่างเริ่มลงมือทำมาได้สักพักแล้วล่ะค่ะ ซึ่งเราไม่ได้ถ่ายรูปมาครบทุกขั้นตอนนะคะ มันอาจจะมีข้ามๆ ไปบ้าง เพราะว่าว่า เราไม่ค่อยๆได้แวะไปดู ส่วนใหญ่คนที่แวะไปดูจะเป็นคุณสามีค่ะ ด้วยกันเราก็แค่โทรศัพท์บัญชาแค่นั้น

นี่เป็นภาพ AFTER

ดวงนี้เป็นภาพห้องหลังจากการรีโนเวทแล้ว

ซึ่งเราก็ทำงานรีโนเวทเสร็จแล้ว โดยห้องดูสว่าง และ กว้างขึ้นเยอะเลยค่ะ เพราะว่าเริ่มรู้สึกมีพื้นที่โล่งเหมือนอยู่บ้านขึ้นมาละ จึงลบภาพห้องทึมๆ มืดหม่นไปได้เลย ซึ่งทวารสีเหลืองนี่ช่วยให้ห้องสดใสขึ้น ก็คิดไม่ผิดเลยที่ได้เลือก

แต่ทว่าความจริงแล้ว ยังต้องติดตรงผ้าม่าน ตรงเป๊ะส่วนหน้าต่างเล็กๆ ใกล้ๆ ประตูด้วย แล้วก็มีพวกตู้เย็นที่สั่งมาแล้วแต่ยังไม่ได้มาส่ง กับข้าวเฟอร์นิเจอร์บางอย่างที่ยังไม่ได้ยินยอมพร้อมใจเลือกมา

เพราะว่าที่พอเราเตรียมห้องสำเร็จแล้ว เรากับคุณสามี ก็ได้เริ่มขับรถไปตามหาเฟอร์นิเจอร์เก๋ๆ จากที่ต่างๆ ให้ตรงตามคอนเซ็ปต์ที่ตระหนักกันไว้ ช่วงนั้นยอมรับเลยว่าเหนื่อยมาก จันทร์ – ศุกร์ทำงาน เสาร์ – อาทิตย์ก็สิงอยู่ตามร้านเฟอร์นิเจอร์ทั้ง SB Index แถวทองหล่อก็ไปมา นาทีนั้นใครบอกที่ไหนดี ที่ไหนเริด เราก็ไปทัวร์มาหมด ถึงแม้ว่าจะเหนื่อยแต่ก็แฮปปี้สุดๆ

เพื่อเฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่ เฉพาะที่เป็นชิ้นใหญ่ๆ เราจะซื้อใหม่ค่ะ ก็จะมีพวกชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่หยิบยกมาจากบ้านแม่สามี ซึ่งกว่าจะได้เฟอร์นิเจอร์ที่ถูกใจก็ใช้เวลาอยู่นานเลยค่ะ และสุดท้ายก็ไปตายรัง โดยได้พวกชิ้นหลักๆ อย่าง เช่น โซฟา โต๊ะ ที่ Habitat CDC ที่เลือกของแบรนด์นี้เพราะเราชอบตั้งแต่ตอนที่มีร้านอยู่ที่สยามดิสแล้วอะ และความจริงเราหิวได้หลายชิ้นมาก แต่โดนคุณสามีเบรกไว้ค่ะ นางบอกให้ใจเย็นๆ ค่อยๆ เลือกคอนโดติดรถไฟฟ้า

ซึ่งตอนเบื้องต้นกะจะซื้อโซฟาถึง 3 ตัว แต่ว่าโดนเบรกว่ามีกันอยู่ 2 คนจะเอาจากไปทำไมนักหนา คุณสามีเลยให้ผ่านแค่ 2 ตัวคือโซฟาตัวใหญ่ 1 และเล็ก 1

ในห้องนั่งเล่นอย่างเดียว กว่าจะจัดของเข้าที่ก็ต้องใช้เวลาแต่งห้องพอสมควรเลย ใช้เวลาเยอะตอนที่เลือกเฟอร์นิเจอร์นี่แหละ ลองมาดูส่วนที่เราตกแต่งเสร็จไปบ้างแล้ว เจียนจะอดใจรอให้เสร็จเร็วๆ ไม่ไหว

ซึ่งกระผมจะมาโฟกัสแต่ละมุมแบบชัดๆ กันนะคะ

พร้อมทั้งตอนเปิดที่นี่เข้าไปวิถีด้านขวามือ ส่วนนี้เราได้ทุบผนังออก แล้วก็ใส่ตู้เป็นแบบ built-in เข้ามาแทน ไว้เก็บของรกๆ ให้เป็นระเบียบ อารมณ์ก็ประมาณแบบเพื่อนมาหาและเก็บของยัดเข้าตู้แล้วปิดฝา ห้องก็โล่งละ ดีฉันเอาไว้ใส่พวกกระเป๋า รองเท้า ของจุกจิก คือ พวกที่เป็นตู้นี้ส่วนใหญ่จะเป็นสมบัติของเราเกือบทั้งนั้นค่ะ

แต่ถ้าว่าก็จะมีเว้นโล่งๆ ไว้ตรงกลางตู้ไม่ให้มันดูทึบจนเกินไป และเราเอาไว้สำหรับวางพวกหนังสือ กับส่วนที่เป็นของประดับบ้านเล็กๆ น้อยๆ ด้วย ส่วนที่เป้นประตูสีเหลืองๆ นั่นคือ จะเป็นห้องนอนของเราค่ะ แต่ตอนนี้ยังโล่งอยู่เลย

โดยที่เป็นเพียงส่วนหนึ่ง อีกต่างหากไม่ได้ขนเอามาจากที่ที่อยู่พ่อแม่ตลอดเลยค่ะ

จำพวกตรงมุมนี้ เรากับแฟน เป็นปลื้มมากเลยค่ะ โดยนี่แหละห้องนั่งเล่นในฝันเลย และก็ไม่มรณาแรงที่เลือกเฟอร์นิเจอร์เองกับมือ ซึ่งเราชอบโซฟาหนังตัวนี้ของ Habitat มากกกกกก ก็กู่เรียกได้ว่าคลั่งไคล้เลยล่ะ และจะมีโคมไฟตั้งพื้นด้านหลังนี่คือฝีมือการเลือกของคุณสามีล้วนๆ ค่ะ เขาอยากได้จิตใจเท่ๆ ดูเป็นสตูดิโอ

เพราะที่ตรงนี้ ถ้าผิเราจะมองว่าเฉยๆ อาจจะคิดว่าเป็นที่สำหรับนอนเล่นธรรมดาๆ แต่ที่จริงแล้วอิฉันว่ามันเจ๋งมากค่ะ เราอยากพรีเซนต์สุด โดยประเด็นก็คือ ตรงด้านโต๊ะหน้าโซฟานี่แหละ ที่ซื้อมาเพราะมันมีลูกเล่น และรอบรู้ปรับโทษพับขึ้นพับลง กางกับหุบได้

ต่างว่างั้นลองมาดูทีละ step กันเลยนะคะ เพราะเวลามีแก๊งเพื่อนมาบุกห้อง ฉันก็แค่กางโต๊ะเล็กออก จากนั้นมันก็จะกลายเป็นโต๊ะใหญ่ไว้รับแขกได้หลายคน ซึ่งจะใช้ดูทีวี ทำงาน ใช้อ่านหนังสือ หรือว่ากินเบียร์กับเพื่อนๆ ก็มุมนี้เลยยังมีชีวิตอยู่มุมที่เวลามาเราจะกางคอมแล้วนั่งแช่ดูทีวีตรงนี้เลยแหละ

เพราะระยะที่เพื่อนๆ มาเที่ยวที่ห้อง เราก็อาจจะจะเอาเก้าอี้มาต่อเพิ่ม หรือว่าถ้าอยากสบายๆ หน่อยก็เปลี่ยนมานั่งพื้นแทน เหล่านี้ก็ชิลๆ ดีนะค่ะ

ด้านในมุมนี้เราจัดเอาใจคุณสามีเป็นพิเศษ เพราะหลังจากที่เรายึดเอาตู้ built-in ไปใส่พวกกระเป๋า รองเท้ากับของกระจุกกระจิกแล้ว ตรงมุมนี้ยังเอาไว้สำหรับเก็บของกับโชว์หมวกกันน็อคเท่ๆ ที่เค้าชอบด้วย นี่ถ้าหากเค้าซื้อหมวกกันน็อคอีก กินแหนงคงได้ซื้อตู้เพิ่มอีกแน่นอน

กับสิ่งดามมาก็จะเป็น โต๊ะทำงาน ที่ยังไม่เคยได้ใช้งานแบบจริงๆ จังๆ เลยสักที เพราะว่าไปนั่งทำงานตรงโซฟา พร้อมกับถ้าขนเข้ามาอยู่แล้วคงได้ใช้งานเต็มที่ แต่ว่าที่ตั้งใจไว้ก็คือ เราจะเน้นความเรียบง่ายง่ายตา

เพราะว่าจะได้มีสมาธิ พ้นเลือกโต๊ะทำงานแบบเรียบๆ กับเก้าอี้นั่งสบายๆ นั่งแล้วเราจะได้ไม่ปวดไหล่ ปวดหลังและคอ ตรงโต๊ะนี้ก็จะมีลิ้นชักเล็กๆ ไว้ด้วยเก็บพวกสมุดเล่มน้อยๆ ด้วย

แต่ว่าก็อย่างที่บอก ว่า ตอนนี้ยังขนของมาไม่หมด คาดว่าในอนาคตเราก็อาจจะไปสอยชั้นเก็บเอกสารมาวางชิดผนังอีกสักชั้นค่ะ

ถ้าเช่นนั้นก็ลองมาดูโซนกินข้าวต่อเลย ซึ่งอีกด้วยความที่เราชอบสไตล์แบบเรียบๆ ดังนั้นก็เลยขอเลือกโต๊ะ + เก้าอี้เรียบๆ ที่มันจะดูเข้าชุดกัน คุมโทนขาว – ดำ

ซึ่งตอนแรกว่าโล่งไป ล่วงไปแกะภาพที่บ้านเก่ามาแปะ แม้ว่าว่าก็ยังดูโล่งๆ อยู่ เลยเนอะ ดังนั้นเรามีสั่งตู้เย็นเอาไว้ ว่าจะมาแปะไว้ตรงมุมติดประตูครัวเลยค่ะ

ด้วยกันแม้ว่าตรงนี้มันจะเรียบแล้วค่ะ สำหรับการรีวิวเรือนหอคู่รักฉบับ Biker ของพวกเราทั้งสองคน เริ่มต้นจากคอนโดว่างๆ และเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาแล้ว เราพยายามจะแต่งคอนโดให้มีความสะดวกครบครัน และแต่งให้มีบรรยากาศสบายๆ เหมือนอยู่ที่บ้าน โดยทาบกิ่งนี้อาจจะยังตกแต่งไม่เสร็จดีนะคะ แต่ว่าอยากเอาบางส่วนที่เสร็จแล้วมาให้ดูก่อน แบบว่าเห่อมากๆ ถ้ายังไงถ้าส่วนอื่นเสร็จเรียบร้อยเมื่อไหร่ เราก็จะมาอัพเดตอีกที กรอบคุณที่ตามดูรีวิวของเราจนจบค่ะ สวัสดี

มือใหม่หัดเริ่มซื้อบ้านเดี่ยวสำเร็จรูป

บ้านเดี่ยว

ถ้าหากยังไม่เห็น  อย่าพึงจอง

ถ้าไม่ตรงตามมาตรฐานสัญญา อย่าถึงเซ็น

ถ้ายังไม่ได้รับตรวจสอบ อย่าพึงโอน

    สวัสดีครับวันนี้ผมจะมา Review การซื้อบ้านใหม่เริ่มตั้งแต่ต้นยันจบให้สำหรับมือใหม่ที่หัดซื้อบ้านหรือทาวน์เฮ้าส์ทั้งหลาย ซึ่งนี่ก็เป็นบ้านหลังแรกผมเหมือนกัน หลังจากที่เช่าอยู่แมนชั่นมานาน ซึ่งปัจจุบันฐานเงินเดือนงานประจำไม่รวมเงินพิเศษอื่นๆเลย ตกอยู่ประมาณ 27,000 บาทต่อเดือน ถ้าหากรวมอื่น ๆ ก็ประมาณเกือบ 50,000 แต่ผมเอาแค่เอารายได้ประจำเป็นตัวตั้งไว้ละกัน  ซึ่งตัวผมอยู่ที่จ.สมุทรสาคร แล้วก็ได้มีโอกาสที่อยากจะซื้อบ้านของตัวเอง เพราะย้ายมาทำงานที่ใหม่ เป็นธุรกิจส่วนตัวครับ แต่ก่อนขับแต่มอไซต์ไปทำงาน มีรถยนต์แต่ให้น้องสาวขับ ถึงเวลาทวงคืน อิอิ ปกติเช่าหอพักอยู่เดือนละ 1,800 บาท (ไม่รูหนูนะ ห้องน้ำในตัว ถูกโพด) พอซื้อบ้านตกเดือนละ 8,000 กว่าบาท แต่สำหรับผมชิว เพราะว่าไม่มีหนี้เลยแม้แต่ตัวเดียวจัดการหมดแล้วก่อนซื้อบ้านนั้นเอง เอาล่ะนะเรามาเข้าเรื่องดีกว่า พอดีผมไปเจอโครงการหมู่บ้านนึง ที่อยู่ไม่ไกลจากที่ทำงานชื่อ เป็นบ้านพฤกษา 73 ถ.เศรษฐกิจ ซึ่งได้รู้กิตติศัพท์ของเจ้านี้ในแบบด้านลบมาพอสมควร แต่นะผมไม่ค่อยสนใจเพราะทำเลได้ ราคาไม่แพง สำหรับในบ้านหลังแรก

 สำหรับบ้านพฤกษา 73 เป็นทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น หน้ากว้าง 5.7 เมตร 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องรับแขก เนื้อที่โดยรวม 17.1 ตร.ว. ดูจากพื้นที่ใช้สอย 90 ตร.ม. บ้านตั้งอยู่บนถนนเศรษฐกิจ จะเดินทางสะดวกสบายด้วยเส้นทางที่เข้า-ออก กับทางถนนพระราม 2  อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อถนนเศรษฐกิจ มีถนนบางบอน ถนนเพชรเกษม ถนนกระทุ่มแบน ไปได้อย่างรวดเร็ว โดยนอกจากนี้โครงการนี้ยังรายล้อมไปด้วยพวกสิ่งอำนวยความสะดวกอยู่ใกล้ห้าง Big C, Lotus, Porto Chino, Home Pro, Index Living Mall และตลาดมหาชัย ซึ่งไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับทางโครงการนะครับ แต่ว่าเหมือนมาได้ Review ให้ด้วยในตัวอีก ตัวโครงการน่าจะให้ขายมาสัก 1 ปีแล้ว เพราะเต็มไปเยอะแล้ว แต่หากมีส่วนที่มันกำลังจะสร้างเพิ่มด้วยอีก เราเห็นกำลังสร้างอยู่ จากกรอบสีแดงดังรูปนั้นเอง ซึ่ง Story ในการซื้อบ้านโดยทั่วไปมีดังนี้

 พอดีตอนผมไปซื้อผมไปซื้อตอนที่บ้านสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว จึงไม่สามารถตรวจในระกับโครงสร้างได้ตามคำแนะนำของใครหลาย ๆ คนในกลุ่มชายคา อันดับแรกเลย คือ โทรไปสอบถามราคาและธนาคารที่ร่วมกับโครงการที่ให้กู้ หลังจากนั้นก็กลับมาทำการบ้าน คือ ดอกเบี้ยเงินกู้ของแต่ละธนาคาร ณ ช่วงที่เราจะกู้ซื้อบ้าน ซึ่งผมทำโปรแกรมคำนวณเงินกู้ซื้อบ้านของแต่ละธนาคารคร่าว ๆ โดยใช้ Microsoft Excel ประกอบการตัดสินใจเลือกธนาคาร ซึ่งมีหลายแบบ เช่น ต้องดาวน์เงินบางส่วน หรือกู้เต็ม 100% ในที่นี้ผมเลือกธนาคารกรุงศรีฯ เนื่องจากจริง ๆ แล้วธนาคารกรุงไทยดอกเบี้ยต่ำกว่า แต่จากการสอบถามตัวแทนขายพบว่าหากต้องการกู้เต็มต้องกู้พ่วงประกัน (ผมไม่เอาเคสนี้ เนื่องจากหากทำประกันชีวิตแยกดอกเบี้ยจะต่ำกว่ามาก หลาย ๆ คนแนะนำว่าให้เลือกแบบไม่พ่วงประกันจะดีกว่า เพราะหากเราผ่อนกู้ 3 ปีแล้วจะรีไฟแนนซ์จะมีปัญหาตามมาเยอะ ทั้งเวรคืนกรมธรรม์เนื่องจากติดสัญญากับธนาคารที่เรากู้ที่เดิม ยุ่งยาก เป็นต้น)

ไปสำรวจบ้านตัวอย่างของโครงการครับว่าถูกใจหรือป่าว ผมก็ไปสำรวจคร่าว ๆ ในเรื่องวัสดุ ฮวงจุ้ยต่าง ๆ  ติดต่อตัวแทนขายของโครงการ ถามถึงราคา การกู้เงิน แปลนที่ยังว่าง เสร็จแล้วก็ถึงช่วงตัดสินใจว่าจะจองไม่จอง ให้ไปดูตัวบ้านที่เราจะเอาจริง ๆ ก่อนเพื่อความแน่ใจ และที่สำคัญสำหรับผมอีกอย่างนึง คือ ไปถามชาวบ้านรอบโครงการว่าพื้นที่น้ำท่วม หรือมีมลพิษอื่น ๆ อันจะส่งผลกระทบต่อเราในอนาคตประกอบการตัดสินใจด้วย

หลังจากสำรวจจนหนำแล้วก็ถึงเวลาจอง ซึ่งโครงการบอกไว้ชัดเจนว่าไม่คืนทุกกรณี ก็จ่ายไปก่อนดอกแรก 3,000 บาท (ดังรูปตัวอย่าง) และไปเตรียมเอกสารเงินกู้ต่าง ๆ ส่วนใหญ่จะประกอบด้วย

– สำเนาบัตรประชาชน

– สำเนาทะเบียนบ้าน

– สำเนาอยู่หน้าแรกของ Book Bank

– สำเนา Statement ของ 6 เดือนย้อนหลังด้วย

– สลิปของเงินเดือน 3 เดือนย้อนหลังมาอีก

– เอกสารที่แสดงหลักทรัพย์ด้วย / ออมทรัพย์ทุกประเภท ถ้าหากมี

ตรวจรับบ้าน ผมตัดสินใจใช้ FocusHouseThai ราคา 5,000 บาท / 2 ครั้ง เนื่องจากชื่อเสียงค่อนข้างโอเค และสามารถมาตรวจบ้านให้ผมเร็วที่สุดกว่าเจ้าอื่น ๆ (ภายในเดือนพฤศจิกายน แต่เจ้าอื่นว่างกลางเดือนธันวาคม 2557) เอ้อ! ลืมบอกไปเรื่องระยะเวลาในเคสของผมจองบ้านวันที่ 26/11/57 ทางโครงการนัดโฟร์แมนให้เราเพื่อตรวจบ้านให้หลังจากวันนั้นได้เลย ถ้าเราชัวร์นะ (จะไม่ชัวร์ได้ไงวะ เสียตังค์จองไปแล้วนี่) ผมติดต่อวิศวกรตรวจบ้านเอกชน (คุณกิตติกร FocusHouseThai) มาตรวจเลย 28/11/57 (ผมเป็นคนคิดเร็วทำเร็ว แต่รอบคอบนะเออ) นัดบ่ายโมงที่หน้าโครงการ และแล้วฝนก็เทลงมาอย่าหนัก (คิดในใจดีเลยจะได้เทสเรื่องหลังคารั่วหรือไม่ อิอิ) พี่แกมาประมาณบ่ายโมงครึ่ง (แอบหงุดหงิดเล็กน้อย ปกติผมค่อนข้างเป็นคนตรงต่อเวลา) มาถึงโครงการเสร็จเนื่องจากฝนตกหนักเลยนัดไปเจอกันที่บ้านเลย โฟร์แมนก็รออยู่ในบ้านท่าทางหงุดหงิด (แหงล่ะ รอตั้งนาน) พี่แกกับผู้ช่วย (ผู้หญิง ไม่แน่ใจว่าภรรยาแกป่าว ไม่ได้ถาม อิอิ) มาถึงแกก็จัดเลยตั้งแต่ประตูหน้าบ้าน เหมือนทั้งสองคนจะแยกกันดู เสร็จแล้วสลับกันซ้ำ ผมเหมือนตัวแถมเลยรู้สึก พี่แกทั้งคู่ใส่เอา ๆ โฟร์แมนหนีเลย 555 สะใจ บอกถ้าเสร็จแล้วเอารายการไปฝากที่โครงการ (ผมคิดนี่เป็นการบ่งบอกทำความไม่ใส่ใจของโครงการ คุณไม่ดูคุณจะรู้มั้ยว่ามันคืออะไร ต่อให้เทพก็เหอะ) ผมดูที่พี่แก Mark Sticker ไว้บางจุดขนาดจ้องแล้ว มันคืออะไรครับพี่ ผมมองไม่ออก แกก็เอาไม้ลวดแกเคาะเบา ๆ อ่าชัดเลยสีแตกเป็นทางยาวเลยเคาะครั้งเดียว ป๊าด ถ้าผมตรวจเองนี่ตายเลย 555 ขนาดชักโครกแค่นั่งลงหลุดออกจากเบ้า ยึดไม่แน่น O_O และอีกหลายรายการขนาดผมอ่านคู่มือการตรวจรับบ้านด้วยตัวเอง ทำการบ้านมาสู้ไม่ได้เลยพี่น้อง ดีแล้วที่จ้าง ผมตรวจเจอแค่สิบกว่ารายการ พี่แกล่อไป 58 รายการ (ดังรูปด้านล่าง) … เอ้อ! ลืมบอกแกมีอุปกรณ์มาตรวจหลายอย่างตาม List รายการในคู่มือการตรวจรับบ้านด้วยตัวเอง แต่มีตัววัดอุปกรณ์ไฟฟ้าตัวสีส้ม ๆ  ขนมปังไว้เช็คส้วม ลวดไว้เคาะสำรวจ และอื่น ๆ

อัพเดทสินเชื่อบ้านครึ่งหลังปี 2558

คลิก!

ที่มาจาก http://pantip.com/topic/32921500

——————————————————-

ติดตามรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ ลิ้งด้านล่าง

แฟนเพจ

https://www.facebook.com/homecondos

เมย์ไหน


ตัวอย่าง เมย์ไหน..ไฟแรงเฟร่อ ปันปัน-แบงค์-ต่อ พร้อมทำใจเต้นแรง



เมย์ไหน..ไฟแรงเฟร่อ


ภาพยนตร์เรื่องแรกของปีนี้ “ฟรีแลน์ซ์ฯ” ยังมิทันออกโรง “GTH” ก็ส่งผลงานใหม่ตามมาติดๆ กับภาพยนตร์ คอเมดี้ใสๆ สไตล์วัยรุ่น ที่มีชื่อแปลก แต่ติดหู “เมย์ไหน ไฟแรงเฟร่อ” กับตัวอย่างแรกที่พึ่งปล่อยออกมาสดๆ ร้อนๆ ผลงานของผู้กำกับ หมู ชยนพ บุญประกอบ (SuckSeed ห่วยขั้นเทพ) นำแสดงโดย ปันปัน สุทัตตา, แบงค์ ธิติ, ต่อ ธนภพ อีกทั้งดาราหน้าใหม่จากจีทีเอชแน่นจอ

เรื่องราวของ ป๋อง (แบงค์-ธิติ) เป็นนักเรียนชั้นม.5 ที่มีทฤษฎีว่า “ไม่ว่าโรงเรียนไหนๆ นักเรียนภายในโรงเรียนจะถูกแบ่งออกเป็นฐานันด­รต่างๆ” โดยจะสังเกตได้ง่ายมากเวลามีกีฬาสี ไล่ตั้งแต่ ประธานสีสุดป๊อป เชียร์ลีดเดอร์หน้าตาดี นักกีฬาหุ่นแซ่บ อันธพาลที่คอยแต่แกล้งคนอื่น กองเชียร์บนแสตนด์ จนถึงฐานันดรต่ำที่สุดคือ พวกไร้ตัวตน ซึ่งเป็นฐานันดรที่ป๋องสังกัดอยู่ คำอธิบายง่ายๆ สำหรับฐานันดรนี้ก็คือ ไม่ขึ้นแสตนด์ยังไม่มีใครรู้เลย

แต่แล้วป๋องดันไปแอบชอบ มิ้ง (ฟรัง-นรีกุล) สาวห้องคิงว่าที่ประธานสีคนต่อไป ป๋องได้อย่างไรก็ตามแอบมองมิ้ง แล้วเก็บเอามาวาดมโนเรื่องราวเอาเองว่าได้­เป็นแฟนกับมิ้งลงในการ์ตูนที่เขาหมกมุ่นวา­ดแทนไดอารีอยู่ทุกวัน

ในโรงเรียนนี้ไม่ได้มีแค่ป๋องเท่านั้นที่ไ­ร้ตัวตน ยังมีเด็กผู้หญิงที่มีชื่อเล่นโหลสุดๆ ว่า เมย์ อยู่อีกคน เมย์คนนี้ เป็นคนหน้านิ่งไม่มีเพื่อน ไม่ทำกิจกรรมใดๆ ทั้งสิ้น เมื่อมีคนพูดถึงเธอ ทุกคนจะพร้อมใจกันขมวดคิ้วพร้อมถามกลับว่า “เมย์ไหนวะ?” เมย์ไหน (ปันปัน-สุทัตตา) มีความลับบางอย่าง นั่นก็คือ เมื่อไหร่ที่เธอเหนื่อย ตกใจ หรือตื่นเต้นจนหัวใจเต้นถึง 120 ครั้งต่อนาที ร่างกายของเธอจะปล่อยกระแสไฟฟ้าออกมาเหมือ­นกับปลาไหลไฟฟ้า!

ด้วยเหตุนี้ เมย์ไหนจึงตั้งใจที่จะทำตัวให้เงียบเชียบท­ี่สุด เมย์ไหนแอบชอบ พี่เฟม (ต่อ-ธนภพ) รุ่นพี่ม.6 ที่เป็นทั้งประธานสีและนักกีฬาสุดยอดฐานัน­ดรของโรงเรียนมานาน แต่เธอก็รู้ตัวดีว่าความรักของเธอมันเป็นไ­ปไม่ได้ เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่เมย์ไหนเข้าใกล้พี่­เฟม เธอจะต้องใจเต้นรัวๆ จนเผลอปล่อยไฟฟ้าออกมาทุกที

เจียระไนบ้านนิยมโมเดิร์น เรียบหรู แต่ทันคราว

เจียระไนบ้านนิยมโมเดิร์น เรียบหรู แต่ทันคราว

คอนโดใหม่

 

สุดอาทิตย์แล้ว พักสมองจากหลักใหญ่งานเหนื่อยๆ มาลองดูแบบบ้านสวยๆ สไตล์โมเดิร์นกันสักหน่อยดีกว่า โดยวันนี้ เราได้มีโอกาสเข้าไปเยี่ยมชมไอเดียการตกแต่งบ้าน จากเว็บไซต์ Naibann แล้วมันสวยมาก จึงหิวจักขอนำมาให้เพื่อนๆ blog: ตกแต่งสวนกับคอนโดมิเนียม ได้มองดูกัน บ้านหลังนี้จักสวยความจุไหน ไปเห็นกันเลย

เก่าอื่นเลยเพราะใคร ที่ชอบการออกแบบบ้าน ในสไตล์โมเดิร์น กับ ทะเยอทะยานให้บ้านมีบรรยากาศแบบธรรมดา ก็ต้องชอบแบบบ้านที่เรานำมาอธิบายในวันนี้อย่างแน่นอน

 

 

 

เพราะที่ตัวบ้านรอบนอก ได้ถูกออกแบบหลักการโมเดิร์น หลังคาลาดเอียงแบบเพิงหมาแหงน ซึ่งมีโรงจอดรถอยู่ทางด้านหน้า พร้อมกับยังท่อนพื้นที่อยู่อาศัยด้านหลัง โดยมีจุดเด่น ก็คือ สีเทาของบ้านที่ตัดกับสีน้ำตาลของไม้ ดูสวยงามเรียบหรู ที่ไม่ว่าใครลอดไปมาคงจักอดหันมามองด้วยกันชื่นชมไม่ได้

 

 

 

 

 

เสี่ยงเข้าไปดูภายในกันบ้าง เนื่องด้วยตรงส่วนกลางบ้านนั้นเปิดโล่งเพื่อเป็นที่นั่งเล่นพักผ่อน ได้ถูกจัดให้เป็นมุมสบายๆ พร้อมทั้งภายใต้ร่มไม้พร้อมกับตัวบ้านที่คอยท่าให้ร่มเงาบดบังแสงอาทิตย์

 

 

 

 

ทั่วยังมีพื้นที่ภายในพระราชวังแบ่งปันออกเป็นสัดเป็นชิ้นส่วนตามการใช้งาน ตกแต่งแนวโมเดิร์นทันช่วงเวลาเช่นเดียวกับที่เห็นจากภายนอก

เพราะด้วยการตกแต่ง นั้นจักใช้สีสันมาบวกความน่าสนใจ โดยภายในบ้านที่ใช้สีเรียบๆแต่มีสีสดใสมาแซมให้ดูโดดเด่นขึ้น ทั้งยังมีการติดกระจกด้วยกันจัดวางสายตา ดูเป็นบ้านที่ควรจะอยู่เลยทีเดียว ลองชมทิวทัศน์บรรยากาศทั้งหมด เชื่อว่าหลายๆคนต้องหลงรักแข็งเฟอร์นิเจอร์ให้ดูโล่งสบาย

 คอนโด

 

ที่มา: shayphoto

ลองดูโครงการขายบ้านใหม่ ขายบ้านพร้อมอยู่ คอนโดมิเนียมได้ที่ http://www.pruksa.com/คอนโดมิเนียม

ดูฮวงจุ้ยการเลือกคอนโด และการทาสีห้องที่นี่เลย

เพ่งพินิศฮวงจุ้ยห้องหับในคอนโด ทิศไหน ชั้นไหน ถูกต้องตามหลัก

เกี่ยวกับวันนี้เราก็ได้รวบรวมเทคนิคการเเลื่องลือกตำแหน่งห้องไหนดี ห้องไหนอยู่แล้วถูกหลักฮวงจุ้ยมาฝากผู้ที่กำลังตกลงใจจักซื้อคอนโดติดรถไฟฟ้า และกำลังเระบือกตำแหน่งของห้องอยู่

คอนโด

ประเด็นที่ 1.ตำแหน่งชั้นที่เท่าไหร่ เเอิกเกริกกห้องอะไรดี

ลื้อควรเเลื่องกห้องที่ไม่ต่ำจนเกินไป ตามที่ถ้าถ้าอยู่ต่ำจนเกินไปก็จักมีข้อเสียคือ พื้นห้องมีนั้นความชื้น, ขึ้นรา, เสียงดัง, ทั้งคน ทั้งรถ ที่วิ่งทะลวงไปมาพลุกพล่าน อีกทั้งยังมีพวกแมลง สัตว์มีพิษ ยุงเพียบอีกด้วย พร้อมกับบางแห่งก็อาจจักอาจเกิดน้ำท่วมได้อีกด้วย

แต่ทว่าก็ไม่ควรเเล่าลือกห้องที่สูงจนเกินไป ห้องสูงๆ จักมีข้อดีตรงวิวสวย ลมดี อากาศถ่ายเท แต่ว่าก็อาจมีปัญหาบางอย่างเช่น ห้องชั้นบนสุดของอาคาร นั้นมักจะมีปัญหาน้ำรั่วซึมลงมาหรือว่ากรณี เกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น ไฟไหม้ ลิฟต์เสีย แผ่นดินไหว ทำให้เราต้องวิ่งลงมาหลายชั้นทั้งเหนื่อย กับยังอันตรายอยู่เหมือนกัน อีกอย่างชั้นสูงมักมีรับปากณโทรศัพท์ไม่ดีอีกด้วย

เพราะว่าห้องควรอยู่สูงกว่าตึกรอบๆ ไม่มีตึกมาบังวิว เพื่อทัศนียภาพ พร้อมทั้งความเป็นส่วนตัว ไม่รู้สึกอึดอัด

เหล่าชั้นที่นิยมพักกัน ได้แก่ ชั้น 5-8-9 ที่จักเน้นความรุ่งเรือง กับเจริญก้าวหน้า ชั้นที่คนส่วนใหญ่ไม่นิยมเเอิกเกริกกคือ ชั้น 13 เพราะคอนโดมิเนียมก็มักผันเป็นชั้น 12A

ข้อความที่ 2. ควรเโจษจันกห้องอยู่ทางทิศไหนดี?

ขอชักชวนว่าให้เลือเลื่องกห้องที่อยู่ทางทิศตะวันออก เพราะว่าจะมีแสงแดดยามเช้า ซึ่งจักทำให้ห้องไม่ทึบอับ พร้อมทั้งระบายความร้อนในยามบ่าย แถมยังช่วยประหยัดพลังงานได้อีกด้วย

คุณๆไม่ควรเเอิกเกริกกห้องที่หันหน้าไปทางทิศตะวันตก เพราะว่าจะทำให้เราต้องเผชิญกับแดดในยามบ่ายไปจนถึงตอนเย็น นั่นจะทำให้ห้องร้อน หรือไม่ถ้าต่างว่าเลี่ยงไม่ได้ควรติดผ้าม่านบังแสงแดดในตอนบ่ายไว้

เรื่องที่ 3. ควรเฟุ้งเฟื่องกห้องอยู่ตำแหน่งไหนดี?

ถ้าสมมติว่าจักเเลื่องลือกตำแหน่งของห้อง ควรเระบือกห้องมุม สุดเลิศ รับลม ชมวิวสวยได้ถึงสองมุม ถ้าถ้าหากไม่เเลื่องลือกห้องมุมก็ควรเระบือกห้องที่เปิดโล่งกว้างไม่มีตึกมาบังพร้อมกับดูทิศทางแสงแดดไม่ควรโดนแดดตอนบ่ายเพราะจะทำให้ห้องร้อน

พร้อมทั้งไม่ควรเลือเลื่องกห้องที่ใกล้ ทางหนีไฟ ทางเดิน ลิฟต์ เหรอที่ทิ้งขยะ ก็เพราะว่ามันจะทำให้ มีกลิ่นเข้ามาในห้อง ทั้งยังส่งเสียงดัง มีคนเดินสร้างผ่านไปมามากพลุกพล่าน เสียงดังน่ารำคาญ

ทั้งอีกทั้งไม่ควรเลือเลื่องกห้องที่ประตูตรงกับห้องตรงข้ามจักทำให้ไม่เป็นส่วนตัว ก็เพราะว่านอกจากเลือกระฉ่อนกซื้อคอนโดที่อยู่ในทำเลที่ดี พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ใกล้แหล่งคมนาคมอย่างรถไฟฟ้า ใกล้ถนนใหญ่แล้ว ในตำแหน่งห้องก็สำคัญมีผลต่อการอยู่อาศัยของคุณด้วยเช่นกัน

เพราะว่าคอนโดมิเนียมแต่ละตำแหน่งแต่ละชั้นก็จักมีสนนราคาแตกต่างกันไป พร้อมด้วยยิ่งมีส่วนสูงของวิวดีเท่าไหร่ ด้านมูลค่าย่อมแพงขึ้นไป

เพราะฉะนั้นในการเเลื่องลือกห้อง นั้นก็อาจจักมีข้อจำกัดในเรื่องของงบหมาย จึงควรเละบือกห้องให้ถึงที่เหมาะสมกันเราพร้อมกับงบประมาณการของเราดีที่สุด แต่ว่าก็นั่นล่ะ การซื้อคอนโดมิเนียม คอนโดติดรถไฟฟ้า คอนโดใหม่ ทั้งทีก็ต้องเโจษจันกห้องที่ดีที่สุด ถูกหลังฮวงจุ้ยส่งเสริมผู้อยู่ให้เจริญรุ่งเรืองในทุกด้านด้วย

ขอขอบพระคุณข้อมูลจาก : www.poolprop.com

จนกระทั่งรู้ทริคการเโจษกห้องในคอนโดใหม่กันไปแล้ว คราวนี้เราไปดูการเเลื่องลือกใช้สีในแต่ละห้องกันบ้างดีกว่า ว่าห้องสิ่งไรควรใช้สีอะไร พร้อมทั้งมันจะมีผลต่อฮวงจุ้ยอย่างไร ไปดูกันเลย

รู้ฮวงจุ้ยสีทาห้อง เระบือกอย่างไรให้เหมาะสม อยู่แล้วเจริญรุ่งเรือง

 

เพราะด้วยการเระบือกสีทาบ้าน ทั้งใน คอนโดมิเนียม เหรอสีทาห้องล้วนแต่ส่งผลต่อจิตใจพร้อมทั้งอารมณ์ของผู้อยู่อาศัยเพราะมันเชื่อมโยงกับธาตุทั้ง 5 ได้แก่ ดิน น้ำ ไฟ ไม้ โลหะ

เพราะว่าฉะนั้นการเละบือกสีทาห้องต่างๆ ของบ้าน ก็ล้วนแต่มีความสำคัญต่อผู้อยู่อาศัย ดังนั้น S! Home จึงจะขอรวบรวมข้อมูล เรื่องของสี มาเพื่อเป็นความรู้ให้กับทุกคน พร้อมทั้งลองได้มาเละบือกสีทาห้องให้ถูกตามหลักฮวงจุ้ยกันดีกว่า!!!

1.สีในห้องนอน

เกี่ยวกับสีแนะนำ : จะเป็นสีเอิร์ธโทน, สีพาสเทล, สีโทนสว่าง, หรือไม่ เป็นสีที่ให้ความรู้สึกเงียบสงบด้วย

เหล่าสีที่ไม่แนะนำให้ทา : จะเป็นสีที่มีความร้อนแรง, สีสดใส เช่น สีแดง, สีม่วง, สีชมพู, สีส้ม, ใช่ไหม อาจจะเป็นสีเข้มๆ เช่น สีดำ, สีเทา, สีน้ำตาล, สีน้ำเงิน, สีเขียว

เหตุคือ : ในห้องนอนควรเป็นพื้นที่ๆ มีความสงบ พร้อมกับช่วยในการฟื้นฟูร่างกายของเจ้าของห้อง ธาตุดินเป็นธาตุที่เหมาะสมที่สุดเพราะห้องนอน

ฉะนั้นการทาสีโทนสว่าง นั้นจึงเหมาะสมมากกว่าสีเข้มที่ให้ความรู้สึกห่อเหี่ยว เพราะห้องนอนเด็กนั้นคุณไม่ควรคิดว่าจะต้องใช้สีชมพูใช่ไหมสีม่วงเท่านั้น เพราะว่าสีเขียวจักเป็นสีที่ทำให้พวกเขาหลับสบายมากกว่า

2.สีในห้องน้ำ

เกี่ยวกับสีแนะนำ : จักเป็นสีเอิร์ธโทน สีพาสเทล พร้อมด้วย สีขาว

ส่วนสีที่ไม่แนะนำ : ก็จะเป็นสีน้ำเงินเข้ม สีดำ สีน้ำตาลเข้ม เหรอ สีเขียว

สาเหตุคือ : ด้วยเหตุว่าว่าห้องน้ำเป็นห้องที่เป็นธาตุน้ำ เพราะว่ามีส่วนประกอบเกี่ยวข้องกับน้ำทั้งกระจก น้ำในท่อ

เหตุฉะนี้สีที่จักเฟุ้งเฟื่องกใช้จึงต้องทำให้เกิดความสมดุล ภายในห้องน้ำมากกว่าจะยิ่งเพิ่มความเป็นธาตุน้ำเข้าไป

3.สีในห้องหับครัว

ด้วยว่าสีแนะนำ: จะเป็นสีเอิร์ธโทน พร้อมทั้งสีโทนสว่าง

ส่วนสีที่ไม่แนะนำ: คือ สีแดง, สีดำ, สีน้ำเงิน, สีเทา, สีน้ำตาลเข้ม, และ สีเขียวเข้ม

เหตุผลก้คือ : เหตุเพราะว่า ภายในห้องห้องครัวมีทั้งน้ำ พร้อมด้วย ไฟ ซึ่งองค์ประกอบที่ดีที่สุดที่จะช่วยรักษาความสมดุลย์คือสีที่แสดงถึงธาตุดิน เช่น สีเหเลื่องลืองสด สีทอง

กับเพื่อให้สอดคล้องกับการต้องทำงานกับไฟพร้อมทั้งมีดซึ่งไม่ปลอดภัยเราจึงอาจจักใช้สีซึ่งแสดงถึงธาตุน้ำเช่นสีดำ สีเทา สีน้ำเงินเข้ม สีเขียวพร้อมทั้งสีน้ำตาลเพื่อส่งเสริมให้กิจกรรมในห้องครัวมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ขายบ้าน

4.สีในห้องรับให้อาหาร

ด้วยสีที่แนะนำ : สีเอิร์ธโทน สีเขียว สีพาสเทล

แง่มุมสีที่ไม่แนะนำ : จักเป็นสีแดงเว้นเสียแต่ว่าคุณมุ่งหมายจักกระตุ้นการรับประทานอาหารให้มากขึ้น สีดำ สีเทา สีน้ำเงิน สีเขียวเข้ม สีน้ำตาลเข้ม

เหตุก็คือ : ก็เพราะว่าห้องรับประทานอาหารควรเป็นห้องที่มีความเงียบสงบ ซึ่งใช้หลักการเดียวกับห้องนอน

5.สีในที่ทำการงานที่บ้าน

เพราะว่าสีที่แนะนำ : จักเน้นใช้สีสว่างหรือว่าสีที่คุณชื่นชอบเช่นสีครีม สีขาว เพราะว่ามันเป็นสีที่แสดงถึงธาตุโลหะซึ่งหมายถึงความชัดเจน

ประเด็นสีที่ไม่แนะนำ : สีที่สะท้อนถึงธาตุน้ำอาจแสดงถึงความไม่มีเหตุผล

มีเหตุผลคือ : ควรเป็นสีที่ทำให้เราอาจจะทำงานได้มากขึ้น

แดนของห้องนั่งเล่นพร้อมกับห้องของครอบครัว ก็จักใช้หลักการแบบเดียวกับห้องรับประทานอาหารที่ต้องเน้นความสะดวกสบายด้วยสีเอิร์ธโทน

แขวงห้องออกกำลังกาย ห้องซักรีด ทางเดิน โถงเก็บรถ ห้องเหล่านี้คุณรอบรู้เเล่าลือกใช้สีสันต่างๆ ได้ตามใจชอบเลย

 

เหลียวแลดูรายละเอียดโครงการคอนโดติดรถไฟฟ้า คอนโดใหม่ปี 2559 เชิญมาดูได้เลยที่ http://www.pruksa.com/คอนโดมิเนียม

ฟรีแบบบ้านสวนสไตล์ร่วมกาลเวลา พร้อมเฉลียง งบสร้างล้านต้นๆ

ฟรีแบบบ้านสวนสไตล์ร่วมกาลเวลา พร้อมเฉลียง งบสร้างล้านต้นๆ

คอนโด

วันนี้ทาง blog : ตกแต่งสวนพร้อมกับคอนโดติดรถไฟฟ้า ก็จะขอมานำเสนอ แบบบ้านพักตากอากาศสุดหรู ที่ทำเป็นให้อรรรสกับการดื่มด่ำบรรยากาศริมน้ำ ไม่ว่าจักเป็นในตอนเช้าๆ อากาศดีๆ เหรอยามพระอาทิตย์ตกดิน นั่งมองดวงดาว

สวัสดีครับ ก็กลับมาพบกันอีกเช่นเคย ซึ่งครั้งนี้มากับบ้านสวนขนาดกลาง ที่จะรายล้อมไปด้วยบรรยากาศสุดแสนวิเศษ มีทั้งพรรณไม้กับสระน้ำธรรมชาติ ซึ่งมันจะเปลี่ยนวันธรรมดาของคุณ ให้กลายเป็นวันของครอบครัวที่มีแต่ความทรงจำที่งดงาม เราลองไปดูรายละเอียดกันเลยดีกว่า ว่าบรรยากาศภายใน พร้อมกับ นอกของบ้านหลังนี้ จะมีไอเดียอะไรซ่อนไว้บ้างอะไรกันบ้าง

ตัวบ้านนั้นจะตั้งอยู่ทามกลางเนินเขา พร้อมกับรายล้อมไปด้วยสนามหญ้าสีเขียวสด ทั้งยังมีไม้ยืนต้นที่ให้ร่มเงา โดดเด่นกับการมีแอ่งน้ำธรรมชาติตั้งอยู่

พร้อมทั้งก็ดีไซน์บ้านให้ติดริมสระน้ำ แถมยังใช้เฉลียงขนาดใหญ่ ที่ยื่นไปยังสระน้ำ ทำเป็นพื้นที่นั่งเล่น พร้อมทั้งท่าเทียบเรือขนาดเล็ก สวยงามด้วยกันร่มรื่นไปกับ ต้นไม้ใบหญ้าริมน้ำ ให้อารมณ์ผ่อนคลาย ในแบบกลิ่นอายบ้านสวนในชนบทอย่างแท้แท้

มาดูต่อกันที่ตัวบ้านเลย เหตุด้วยโครงสร้างจักเป็นคอนกรีต พร้อมทั้งตกแต่งในรูปแบบทันกาลเวลาจากการใช้กล่องยื่นหด เพราะว่ารองรับฟังก์ชั่นต่างๆ ด้วยกันยังสะท้อนบ้านให้ออกมาในสไตล์ประยุกต์กันอีกด้วย เพราะว่าเละบือกใช้หลังคาทรงจั่ว จะใช้โทนสีหลังคาเข้ากับตัวบ้าน ในโทนเอิร์ธโทน ดูกลมกลื่นเป็นหนึ่งเดียวกัน

ส่วนของวัสดุก็จะเป็นไม้นำมาตกแต่ง เเลื่องกเป็นวัสดุหลัก ที่เโจษกใช้ก็ก็เพราะว่า ทั้งในการทำเสาบ้าน ตกแต่งผนัง และเฉลียงขนาดใหญ่ริมน้ำ เพราะว่าบ้านหลังนี้ปางดูจากภายนอกแล้ว จักให้ความรู้สึกถึงว่าอบอุ่น กับน่าอยู่มากๆ

ขายบ้านพร้อมอยู่

ส่วนเรื่องของแบบแปลนบ้าน ก็ทำการออกแบบฟังก์ชั่นได้อย่างครบถ้วน พร้อมทั้งยังตรงตามความต้องการของครอบครัวขนาดกลางไปถึงขนาดใหญ่ มีการแยกห้องนั่งเล่นออกจากพื้นที่รับแขก

เพราะว่าชั้นสองจะมีห้องนอน 3 ห้อง รองรับผู้อาศัยบ้านหลังนี้มากถึง 4 – 6 คนเลยทีเดียว พร้อมกับยังมีห้องน้ำขนาดใหญ่รองรับในส่วนของชั้นสองอีกด้วย ส่วนฟังก์ชั่นสุดท้ายที่ขาดไม่ได้ ครั้นเมื่อตัวบ้านตั้งอยู่ชิดกับสระน้ำแบบนี้ ก็คือเฉลียง พร้อมด้วย ท่าเทียบเรื่อ มารองรับกิจกรรมได้ตลอดทั้งวัน

ส่วนนี้เราขอแนะนำให้ มีการตกแต่งภายใน ในสไตล์โมเดิร์นมินิมอล ที่ได้ใช้เฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น พร้อมทั้งเลือกที่ให้งานเท่านั้น เพื่อเพิ่มพื้นที่ส่วนโล่งให้แก่ในห้องต่างๆ พื้นหินที่ให้ความเย็นสบาย หรือไม่พื้นไม้ที่ให้ความอบอุ่น ก็เชิญเระบือกวัสดุตามที่ต้องการให้ตะกลามจะเป็นกันได้เลย กับผนังจากอิฐโชว์แนว ให้กลิ่นอายชนบท ตกแต่งของใช้จากโทนสีสดใส เน้นให้บ้านมีอารมณ์ที่สนุกสนาน เพิ่มความน่าอยู่มากขึ้น

ส่วนบ้านหลังนี้จะมีพื้นที่ใช้สอยไม่รวมเฉลียงริมน้ำที่ 176 ตารางเมตร มีงบคร่าวๆในการซื้อขายบ้านพร้อมอยู่หรือว่าก่อสร้างไม่น่าจะเกิน 1 ล้านบาทต้นๆ(ไม่รวมพื้นที่นะ)

ก็นับว่าเป็นแบบบ้านสวน บ้านตากอากาศ ที่จักทำให้เพื่อนๆ ชาวคนเมืองต่างก็อิจม่านันไปเลยทีเดียว ลองเชิญหยิบจับไอเดียดีๆ แบบนี้ไปต่อยอดความคิดริเริ่มทำในแบบของเพื่อนๆกันได้เลยครับ

ขอขอบคุณไอเดียดีๆจาก : Naibann

ที่มา Pracownia – projekty

หรือไม่ถ้าสมมุติหิวดูโครงการคอนโดทำเลทอง บ้านใหม่ใจกลางเมือง ทำเลบ้านสวย เพิ่มเติมได้เลยที่ http://www.pruksa.com/คอนโดมิเนียม

Maze Runner 2


วิจารณ์หนัง Maze Runner 2: The Scorch Trials วิ่งเข้าไป!!



Maze Runner 2


*ท้ายบทความอาจจะมีการสปอยล์อย่างเบาบาง ผู้ที่ไม่เคยอ่านนิยายหรือไม่ต้องการให้อรรถรสลดลงกรุณาข้ามไปก่อนครับ*

Maze Runner ภาคแรกจัดเป็นหนังเจาะกลุ่มวัยรุ่นที่ไม่ได้ตั้งใจจะสร้างภาคต่อออกมาด้วยซ้ำไป แต่เมื่อหนังทำกำไรในระดับโลกในระดับที่สามารถสานต่อเรื่องราวได้ สตูดิโอจึงไม่หยุดนิ่งในการโกยเงินแค่นั้น The Scorch Trials หรือดินแดนมอดไหม้ ดัดแปลงมาจากนิยายเล่มที่สองในชื่อเดียวกัน เมื่อโทมัสและเพื่อนชาวทุ่งหนีออกมาได้จากวงกตมฤตยูได้ แต่เรื่องราวมันยังไม่จบลงแค่เพียงเท่านั้น เพราะจริงๆแล้ว WCKD ได้เตรียมแผนการนวชาตสำหรับพวกเขาไว้ เมื่อโทมัสดันเข้าไปล่วงรู้ความจริงที่ว่าจริงแล้วคนที่ช่วยเหลือพวกเขาออกมาจากวงกตนั้นเป็นพวกของ WCKD ทำให้โทมัสและเพื่อนพากันหนีออกมายังโลกทะเลทรายภายนอกกลางดึก

หลังจากการถูกเจ้าหน้าที่ตามไล่ล่า พวกของโทมัสก็เหมือนหนีเสือปะจระเข้ ขณะพวกเขาต้องเจอกับข้าวพวกแครงก์หรือบรรดามนุษย์ที่ติดเชื้อไวรัสร้ายจนกลายมีชีวิตสัตว์ประหลาดที่วิ่งไวหิวโหย บรรดาโทมัสและเพื่อนๆจึงต้องวิ่งโกยอ้าวแบบไม่คิดชีวิตกันตลอดเวลา เป้าหมายสำคัญของโทมัสในเวลานี้คือเดินทางเพื่อไปจับกลุ่มกลุ่มกับบรรดากลุ้มต่อต้านที่เรียกตัวเองว่ากลุ่มไรท์อาร์ม ณ ภูเขาแห่งหนึ่ง

ระหว่างการเดินทางตามหาเป้าหมายของโทมัส แน่นอนว่าผู้ชมจะได้สนุกไปพร้อมทั้งบรรดาอุปสรรคทั้งหลายที่เป็นตัวขัดขวางไม่ให้โทมัสปลอดภัย แน่นอนว่าผู้กำกับอย่างเวส บอล ยังสามารถดีไซน์บรรดาฉากโลกอนาคตที่พังพินาศท่ามกลางทะเลทรายออกมาได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ ฉากอุโมงค์มืดที่น่าเสียวสันหลังว่าจะมีตัวอะไรโผล่ขึ้นมาตลอดเวลา หรือแม้กระทั่งฉาก “ความสูง” ที่ตัวผู้กำกับก็ใช้มุมมองทางด้านภาพเป็นตัวกระตุ้นเร้าผู้ชมได้มาอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

แต่ถ้าหากเรายกบรรดาฉากแอ็คชั่นออกไปจนสิ้นแล้ว เราจะพบว่าตัวหนัง (และทั้งนิยาย) ในถิ่นนี้เต็มไปด้วยความเบาโหวงทางพล็อตเรื่อง มันเป็นการผจญภัยที่ไม่ไดมีเงื่อนงำซ้อนเร้น หรือชวนฉงนน่าสงสัยอันเป็นเสน่ห์แบบหนังภาคแรก เพราะโฉมหน้าของ WCKD ที่ถูกเปิดเผยอย่างราบคาบได้ผลักสถานะของตัวละครที่พะยี่ห้อนี้เป็นตัวร้ายเต็มรูปแบบ และเหล่าตัวละครในฝั่งโทมัสก็กลายเป็นขั้วตรงข้ามที่เขารู้สึกว่าการ “หาประโยชน์” อันไร้ความชอบธรรมของ WCKD โดยปราศจากความยินยอมของเจ้าตัวเพื่อคำกล่าวอ้างที่ว่าจะสังเคราะห์ยารักษาเชื้อไวรัสด้วยซ้ำการใช้ชีวิตของมนุษย์เป็นตัวทดลองมันไม่แฟร์เท่าไหร่

ประเด็นสำคัญของใช้หนังภาคนี้คือการหนีและการตั้งหลัก แต่ดูเหมือนว่าตัวละครของโทมัส(ดีแลน โอ เบรียน) เปลี่ยนแปลงเป็นตัวละครผู้นำที่เหมือนคนนำทีมที่ดูคิดน้อยและออกแนวมุทะลุดุดันมากกว่าภาคแรก หลายครั้งในการเอาตัวรอดจากสถานการณ์ในหนังภาคนี้ก็ดูเหมือนกับว่าเขาจะ “โชคช่วย” มากกว่า “ตั้งสติ” ดังนั้นการรอดชีวิตในหลายครั้งหลายคราก็ดู “เหลือเชื่อ” ไปเหมือนกัน ทำให้เราเปลี่ยนสายตาในการมองตัวละครนี้ไปในอีกทิศทางหนึ่ง และจ้านไปกว่านั้นเมื่อตอนท้ายที่สุดของเรื่อง เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไปอีกครั้ง การที่ตัวละครโทมัสกลายมาเป็น “ผู้นำ” แบบตัวละครอื่นๆในนิยาย Young Adult ที่มีเนื้อหาคล้ายคลึงกันอาทิ Divergent Series หรือ The Hunger Game นั้นยิ่งทำให้ผมตั้งคำถามหนักขึ้นไปอีกว่า …… จะดีเหรอแบบนี้ คงได้แต่ต้องเอาไปลุ้นต่อกันในภาคถัดไป

พายุหว่ามก๋อ


อุตุฯประกาศเตือนพายุหว่ามก๋อฉบับที่19




พายุหว่ามก๋อ


ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ‘พายุหมุนเขตร้อนบริเวณทะเลจีนใต้ ‘ ฉบับที่ 19 ลงวันที่ 17 กันยายน 2558

เมื่อเวลา 16.00 น. วันนี้ (17 กันยายน 58) หย่อมความกดอากาศต่ำที่อ่อนกำลังลงจากพายุดีเปรสชั่น “หว่ามก๋อ” (VAMCO) ยังคงปกคลุมบริเวณภาคกลาง และภาคตะวันออก ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ยังคงมีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนในบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี นครนายก ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ระมัดระวังอันตรายจากสภาวะฝนที่ตกหนักถึงหนักมาก รวมถึงฝนที่ตกสะสม สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทย มีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กในบริเวณดังกล่าวควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 17-18 กันยายน 2558 ไว้ด้วย

ประกาศ ณ วันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2558 เวลา 17.00 น.

แอน มิตรชัย


ตร.ล้อมรถหนีภาษี คนขับ-ผู้โดยสารไม่ยอมให้ค้น พบหน้าคล้ายนักร้องดัง



แอน มิตรชัย


(18 ก.ย.) เมื่อเวลา 12.00 น. พ.ต.ท.ศุภเสริฐ ภู่ประเสริฐ สว. กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (กก.2 บก.ปอศ ) พร้อมชุดจับกุมได้ประสาน ร.ต.อ.เดชารัตน์ ชัยศรี รอง สว.ป. สภ.คูคต พร้อมกันกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจพื้นที่ช่วยจับกุมรถยนต์โตโยต้า สีดำ อัลพาร์ด ป้ายแดง แห่งหน้าบริเวณปากทางเข้าหมู่บ้านธัญธานี คลองสี่ ม. 3 ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี หลังจากสืบทราบว่ารถคันดังกล่าวต้องสงสัยซึ่งอาจเป็นรถนำเข้าหลบเลี่ยงภาษีโดยติดฟิมล์กรองแสงดำสนิท

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบหาได้ โดยบุคคลที่นั่งลงอยู่ในรถซึ่งมีประมาณ 5 คน ไม่ยอมลงจากรถและปิดล๊อคประตูไว้ทั้งหมดไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ โดยมีรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์สีเทา ซึ่งเป็นรถการ์ด ของรถโตโยต้า อัลพาร์ด คอยคุ้มกันปิดท้าย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าปิดล้อม และนำรถบรรทุกสิบล้อมาจอดขวางอยู่ด้านหน้าของรถต้องสงสัยคันดังกล่าวไว้

ต่อมาเวลา 16.00 น. ทนายความของบุคคลต้องสงสัยภายในรถคันดังกล่าวได้เดินทางมาเพื่อเจรจากับพ.ต.ท.ศุภเสริฐ ภู่ประเสริฐ แต่ไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นว่าในรถคันดังกล่าวมีใครอยู่บ้าง

จนกระทั่งเวลา 17.45 น. จึงยอมไปเจรจากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คูคต โดยผู้ต้องสงสัยที่อยู่ในรถอัลพาร์ดป้ายแดงได้ใช้ร่มปิดบังตัวเองก่อนขึ้นรถฟอร์จูนเนอร์ก่อนขับออกไปแต่ไม่ได้ไปที่สภ.คูคต

หลังจากนั้น น.ส.มาริษา เข็มกลัด ซึ่งเป็นคนขับรถอัลพาร์ด ได้ขับรถมาที่ สภ.คูคต เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ เบื้องต้นพบอาวุธปืนจำนวน 3 กระบอก ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบอยู่ว่าเป็นปืนชนิดใด ทั้งนี้ น.ส.มาริษา เข็มกลัด ไม่ยอมตอบคำถามหรือให้รายละเอียดกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยบอกเพียงสั้นๆว่าเป็นเพียงคนขับรถและก็ไม่รู้จักผู้หญิงที่นั่งอยู่ในรถทั้ง 4 คนว่าเป็นใครบ้าง แต่ก็มีคนหนึ่งมีหน้าตาคล้าย นักร้องดัง อักษรย่อ อ.

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาจับกุมตรวจค้น ยังไม่ยอมเปิดเผยถึงรายละเอียดทั้งหมดว่ารถคันดังกล่าวถูกต้องหรือไม่ เพราะยังไม่เห็นเอกสารใดๆเกี่ยวกับรถและยังไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของคันนี้ จึงอายัดรถคันดังกล่าวไว้ตรวจสอบอย่างละเอียดต่อไป

สำหรับผู้ต้องสงสัยทั้ง 4 คนที่ขึ้นรถฟอร์จูนเนอร์ หลบหนีไปนั้นจะได้ติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป